สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น แทรกแซงตลาดเงิน กู้วิกฤต “เยนอ่อน” ครั้งแรกในรอบ 15 ปี

/
/
/
สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น แทรกแซงตลาดเงิน กู้วิกฤต “เยนอ่อน” ครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น แทรกแซงตลาดเงิน กู้วิกฤต “เยนอ่อน” ครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น แทรกแซงตลาดเงิน: การร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในตลาดเงินตราต่างประเทศ เมื่อกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาได้ประสานพลังดำเนินมาตรการแทรกแซงค่าเงินเพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก การแทรกแซงร่วมกันในลักษณะนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 

โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งความผันผวนที่รุนแรงและความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ รวมถึงป้องปรามไม่ให้วิกฤตความอ่อนแอของเงินเยนลุกลามไปกระทบต่อตลาดพันธบัตรและระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

ก่อนที่ทางการทั้งสองประเทศจะเข้าแทรกแซง เงินเยนได้ดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบราว 40 ปี ที่ใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ วิกฤตดังกล่าวทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดสินใจขายเงินยูโรและเข้าซื้อเงินเยนตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์

ส่งผลให้เงินเยนฟื้นตัวและแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับ 157.20 เยนต่อดอลลาร์ในวันศุกร์ และขยับขึ้นต่อเนื่องไปใกล้ระดับ 155.04 เยนต่อดอลลาร์ ด้านนายซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมอีกหากจำเป็น

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ก้าวเข้ามาช่วยเหลือ นอกเหนือจากมิตรภาพทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมาจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Bonds) เนื่องจากหากเกิดการเทขายสินทรัพย์ญี่ปุ่นในวงกว้าง ผลกระทบอาจลุกลามไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งจะกดดันให้อัตราดอกเบี้ยและดอกเบี้ยเงินกู้จำนองในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 

นอกจากนี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังประเมินว่าเงินเยนที่อ่อนค่าเกินไปทำให้ญี่ปุ่นได้เปรียบด้านการส่งออกและส่งผลลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเบสเซนต์ได้ยืนยันผ่านโพสต์บน X ว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะเข้าร่วมการแทรกแซงเพิ่มเติมร่วมกับญี่ปุ่น

ในส่วนของท่าทีจากผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า ญี่ปุ่นต้องการความช่วยเหลือ และสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนพันธมิตรเสมอ โดยมองว่านอกจากจะเป็นเรื่องดีต่อเศรษฐกิจโลกและเป็นสัญญาณแห่งมิตรภาพแล้ว สหรัฐฯ ยังคาดหวังว่าจะได้ผลประโยชน์ทางการเงินตอบแทนจากการช่วยเหลือในครั้งนี้อีกด้วย

การแทรกแซงร่วมกันระหว่างสองมหาอำนาจทางการเงินถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึงปี 2011 หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ และปี 1998 หลังวิกฤตการเงินเอเชีย 

หลังจากนี้ นักลงทุนทั่วโลกยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าผลของการแทรกแซงจะยั่งยืนเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...