วิกฤตน้ำมันแพง ! รัฐควักวันละ 700 ล้านอุ้มดีเซล

/
/
/
วิกฤตน้ำมันแพง ! รัฐควักวันละ 700 ล้านอุ้มดีเซล

วิกฤตน้ำมันแพง ! สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย เมื่อกางตัวเลขเปรียบเทียบก่อนและหลังเกิดสงคราม (27 ก.พ. เทียบกับ 9 มี.ค.) พบปรากฏการณ์ที่น่าตกใจใน 2 มิติ คือ “ภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่พุ่งทะยานทะลุเพดาน” ซึ่งเดินสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับ “ค่าการกลั่นที่โรงกลั่นได้รับ”

ด่านแรก : ราคาหน้าโรงกลั่นพุ่งทะยานรับความเสี่ยง

ผลกระทบจากความกังวลว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดกั้น ได้สะท้อนผ่าน “ราคาหน้าโรงกลั่น” อย่างรุนแรงและรวดเร็วภายในเวลาเพียง 10 วัน

เบนซิน 95 : ราคาพุ่งจาก 16.54 บาท/ลิตร ขึ้นไปแตะ 24.05 บาท/ลิตร (เพิ่มขึ้นกว่า 7.50 บาท)

ดีเซลหมุนเร็ว (เส้นเลือดใหญ่ภาคขนส่ง) : ราคาพุ่งพรวดจาก 18.96 บาท/ลิตร ทะยานสู่ 31.05 บาท/ลิตร (เพิ่มขึ้นถึง 12 บาท/ลิตร)

ด่านสอง : กองทุนน้ำมันฯ “กันชน” ที่กำลังเลือดอาบ

แม้ต้นทุนจริงจะทะลุ 31 บาทไปแล้ว แต่สาเหตุที่ประชาชนคนไทยยังสามารถเติมน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มได้ในราคา 29.94 บาท/ลิตร เป็นเพราะ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เข้ามารับหน้าที่เป็นกันชนและแบกรับส่วนต่างมหาศาลนี้ไว้

การทำหน้าที่ของกองทุนฯ ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา เรียกได้ว่าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

กลุ่มดีเซล : จากเดิมวันที่ 27 ก.พ. กองทุนฯ จ่ายชดเชยเพียง 0.77 บาท/ลิตร แต่ ณ วันที่ 9 มี.ค. กองทุนฯ ต้องควักเนื้อจ่ายชดเชยพุ่งสูงถึง 11.73 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) : พลิกจากที่เคย “เก็บเข้ากองทุน” 1.30 บาท/ลิตร กลายมาเป็นต้อง “ควักจ่ายชดเชย” 3.06 บาท/ลิตร

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยอมรับว่า นโยบายตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ทำให้กองทุนฯ ต้องอุดหนุนเฉลี่ยลิตรละ 9.57 บาท ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลออกจากกองทุนฯ สูงถึง วันละ 700 ล้านบาท หรือคิดเป็นภาระกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน

ซึ่งกระทรวงพลังงานประเมินว่า กองทุนฯ จะมีสายป่านยื้อราคานี้ต่อไปได้อีกเพียง 15 วันเท่านั้น ก่อนจะต้องพิจารณาทางเลือกในการกู้เงินก้อนใหม่มาเติมระบบ

ด่านสาม : ตลกร้ายทางเศรษฐศาสตร์ “ค่าการกลั่นพุ่ง 175%”

ในขณะที่รัฐบาลกำลังควักกระเป๋าเงินสาธารณะเพื่อชดเชยราคาให้ประชาชน อีกฝั่งหนึ่งของสมการอย่าง “โรงกลั่นน้ำมัน” กลับได้รับผลบวกจากวิกฤตครั้งนี้

ข้อมูลชี้ชัดว่า “ค่าการกลั่น” (Gross Refining Margin) ซึ่งเป็นรายได้ของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ได้ทะยานขึ้นไปแตะ 5.89 บาท/ลิตร (ช่วงวันที่ 1-9 มี.ค.) เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่เพียง 2.14 บาท/ลิตร หรือคิดเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 175% ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์

แม้ปรากฏการณ์นี้จะเป็นเรื่องปกติในทางเศรษฐศาสตร์พลังงาน ที่เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งกะทันหัน ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกจะปรับตัวขึ้นเร็วและแรงกว่า ทำให้ส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นกว้างขึ้นผิดปกติ ทว่าในบริบทที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤต และรัฐต้องใช้เงินกู้สาธารณะมาอุดหนุนราคาขายปลีก

การที่กลุ่มทุนโรงกลั่นมี “กำไรพิเศษ (Windfall Profit)” จากวิกฤตเดียวกัน ย่อมเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและการร่วมรับผิดชอบต่อวิกฤตพลังงานของชาติในครั้งนี้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital