รอยร้าวซาอุฯ-UAE: ในขณะที่สายตาคนทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่สถานการณ์สงครามในอิหร่าน วอลล์สตรีทและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่กลับกำลังให้ความสำคัญกับอีกหนึ่งสมรภูมิที่ทรงพลัง นั่นคือ “ศึกช้างชนช้าง” ระหว่างสองมหาอำนาจแห่งอ่าวเปอร์เซียอย่าง ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ความตึงเครียดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นความเสี่ยงที่อาจเขย่ากระแสเงินลงทุนระดับโลก
เนื่องจากทั้งสองประเทศครอบครองกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่มีมูลค่ารวมกันมหาศาลกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็น แหล่งเงินทุนสำคัญที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมทั่วโลกตั้งแต่พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ต้นตอของรอยร้าวเกิดจากการแข่งขันชิงบทบาทผู้นำในตะวันออกกลาง โดยทั้งสองประเทศได้แสดงจุดยืนที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ทั้งการเลือกสนับสนุนคนละฝ่ายในสงครามกลางเมืองของเยเมนและซูดาน รวมถึงการมีท่าทีต่ออิหร่านที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ยังสั่นคลอนอย่างหนักเมื่อ UAE ตัดสินใจถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC ซึ่งเปิดทางให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้อย่างอิสระ นักวิเคราะห์จึงเตือนว่าอาจเป็นชนวนให้เกิด “สงครามราคาน้ำมัน” รอบใหม่ เนื่องจากซาอุดีอาระเบียจำเป็นต้องรักษาระดับราคาน้ำมันให้สูง เพื่อนำรายได้ไปอัดฉีดโครงการตามวิสัยทัศน์ Vision 2030 ของตน
ผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ได้เริ่มลุกลามเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว บริษัทหลายแห่งใน UAE เริ่มรายงานถึงความยากลำบากในการขอวีซ่าธุรกิจเพื่อเข้าซาอุดีอาระเบีย รวมถึงพบความล่าช้าในการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น นักลงทุนระดับสถาบันจากซาอุดีอาระเบียเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะจำกัดการลงทุนเฉพาะในกิจการที่เน้นซาอุดีอาระเบียเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับ UAE ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่และสถาบันการเงินระดับโลก เช่น Goldman Sachs, Morgan Stanley และ BlackRock ต้องเร่งทำแผนสำรอง จัดการแยกระบบโลจิสติกส์ และกระจายฐานพนักงานเพื่อลดความเสี่ยงหากถูกบังคับให้ต้อง “เลือกข้าง” ในอนาคต
ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างสองพันธมิตรหลักของสหรัฐอเมริกานี้ ยังสร้างโจทย์ยากให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ในการกำหนดนโยบายตะวันออกกลาง หลายฝ่ายกังวลว่าหากสถานการณ์เลวร้ายลง อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยวิกฤติการคว่ำบาตรกาตาร์ในปี 2017
ซึ่งเคยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนมาแล้ว สรุปได้ว่า รอยร้าวระหว่างซาอุดีอาระเบียและ UAE ได้แปรสภาพจากประเด็นการเมือง กลายมาเป็น “ความเสี่ยงทางธุรกิจ” ระดับโลก ที่สามารถสั่นสะเทือนห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และตลาดการเงินทั่วโลกได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






