ภาษีสหรัฐฯ กดดันส่งออกไทย: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้เปิดการไต่สวนคู่ค้า 60 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ตามกฎหมายการค้ามาตรา 301
การไต่สวนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานบังคับในกระบวนการผลิต จากผลการไต่สวนขั้นต้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ เช่นเดียวกับประเทศ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย และสิงคโปร์ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯ จึงได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 12.5%
เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทางการไทยได้ดำเนินการส่งเอกสารหลักฐานรวมถึงข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อชี้แจงต่อทางการสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนภายในเส้นตายวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เป้าหมายหลักของการยื่นชี้แจงคือการขอให้สหรัฐฯ
พิจารณาปรับลดอัตราภาษีที่จัดเก็บจากไทยลงให้ต่ำกว่าระดับ 12.5% แม้ว่าทางอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศจะประเมินสถานการณ์ว่าอาจมีความหวังค่อนข้างน้อยก็ตาม นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ยื่นเรื่องขอเพิ่มรายการสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำไปที่กลุ่มสินค้าซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ เอง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนประกอบต่างๆ
ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับนั้น ภาคเอกชนของไทยได้ยืนยันความบริสุทธิ์มาโดยตลอดว่าไม่ได้มีการใช้แรงงานบังคับในกระบวนการผลิตแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ภาครัฐกำลังเร่งผลักดันและทำประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (HRDD Law)
เพื่อยกระดับมาตรฐานของภาคธุรกิจไทยให้สามารถตรวจสอบสิทธิมนุษยชนได้อย่างรอบด้าน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับกระบวนการพิจารณาของสหรัฐฯ นั้น ได้เริ่มต้นการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และจะเปิดโอกาสให้มีการส่งข้อโต้แย้งภายใน 5 วันหลังสิ้นสุดการรับฟังความเห็นดังกล่าว คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการเก็บภาษีจากคู่ค้าทั่วโลกในอัตรา 10% ตามมาตรา 122 ทั้งนี้เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ประกาศรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้ารวมถึง 1,655 รายการใน 4 กลุ่มหลัก ซึ่งสินค้าที่ไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ มันสำปะหลังแปรรูป ยางพาราแท่ง น้ำยาง หน่วยเก็บข้อมูล ทุเรียน สมาร์ตโฟน และแผงวงจรรวม เป็นต้น
นอกเหนือจากความท้าทายเรื่องภาษีที่เกี่ยวโยงกับแรงงานบังคับแล้ว ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับการเปิดไต่สวนคู่ค้าตามมาตรา 301 ในประเด็นการมีกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ซึ่งขณะนี้การประกาศผลการไต่สวนขั้นต้นยังคงล่าช้ากว่ากำหนด และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตราเท่าใด ในขณะเดียวกัน การเจรจาความตกลงภาษีต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) แม้จะสามารถตกลงกันได้ในหลายประเด็น เช่น มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม แต่ยังคงมีอุปสรรคสำคัญที่ต้องเร่งทำการเจรจา โดยเฉพาะประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและมาตรการด้านสุขอนามัยพืช
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






