ปลดล็อกกฎหมายปิโตรเลียม รัฐเพิ่มอำนาจต่อรอง รักษาแหล่งพลังงานไทย

/
/
/
ปลดล็อกกฎหมายปิโตรเลียม รัฐเพิ่มอำนาจต่อรอง รักษาแหล่งพลังงานไทย

ปลดล็อกกฎหมายปิโตรเลียม: ในภาวะที่ความมั่นคงทางพลังงานเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติภายใต้การนำของ นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้เดินหน้าผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังจะสิ้นสุดอายุสัมปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่

ข้อจำกัดสำคัญของกฎหมายในปัจจุบันคือ สัมปทานเดิมเมื่อใช้สิทธิขยายระยะเวลาการผลิตตามกรอบที่กฎหมายกำหนดจนครบแล้ว จะไม่สามารถขยายต่อได้อีก แม้ว่าแหล่งปิโตรเลียมนั้นจะยังมีทรัพยากรและศักยภาพที่จะพัฒนาต่อได้ก็ตาม แนวทางการแก้ไขกฎหมายใหม่จึงมุ่งเน้นไปที่การให้สิทธิภาครัฐในการพิจารณาว่า หากแหล่งใดยังมีศักยภาพและควรค่าแก่การลงทุนต่อ รัฐควรมีอำนาจในการเจรจาและกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ ไม่ใช่การต่ออายุให้ผู้รับสัมปทานรายเดิมโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการเปิดช่องให้รัฐได้ “ต่อรอง” เงื่อนไขใหม่ โดยรัฐจะประเมินจากผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ เช่น การเพิ่มส่วนแบ่งผลประโยชน์กลับคืนสู่รัฐ การกำหนดเงื่อนไขการใช้สินค้าและบริการในประเทศ (Local Content) รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้มีส่วนร่วมในธุรกิจปิโตรเลียมมากขึ้น 

นอกจากนี้ ความชัดเจนของกฎหมายยังช่วยให้ผู้ลงทุนกล้าตัดสินใจลงทุนในช่วงท้ายของสัญญา ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้การผลิตปิโตรเลียมต้องสะดุดหรือขาดช่วงไป เนื่องจากกระบวนการขออนุญาตใหม่ตามขั้นตอนปกติมักมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน

แหล่งพลังงานสำคัญที่กรมฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าน้ำพองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบบนบกที่มีศักยภาพสูง หากสามารถรักษาความต่อเนื่องในการผลิตได้ ก็จะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้าและพลังงานของประเทศในระยะยาว

นอกจากมิติด้านการบริหารแหล่งเดิมแล้ว กรมฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาปรับปรุงระบบผลประโยชน์ทางการเงิน (Fiscal Regime) ให้มีความยืดหยุ่นตามขนาดของแหล่งและต้นทุนการพัฒนา เพื่อจูงใจให้เกิดการพัฒนาแหล่งขนาดเล็กที่อาจมีต้นทุนสูง ควบคู่ไปกับการเปิดสัมปทานรอบใหม่ (รอบที่ 25) และการสำรวจพื้นที่ทะเลอันดามัน 

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการนำทรัพยากรพลังงานภายในประเทศซึ่งมีราคาต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้ามาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศและสร้างผลประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital