ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน: ความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ของทางการญี่ปุ่นในการแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้นนั้น กลับก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ โดยกลายเป็นโอกาสทองให้นักลงทุนบางส่วนกลับมาเพิ่มการเดิมพันในกลยุทธ์ แครี่เทรด (Carry Trade) มากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นมียอดซื้อสุทธิหุ้นต่างประเทศและตราสารหนี้ระยะยาวพุ่งทะยานสูงถึงกว่า 5 ล้านล้านเยน ในช่วงสองสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 สิงหาคม เทียบกับช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าที่มียอดขายสุทธิกว่า 3 แสนล้านเยน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนใช้ประโยชน์จากการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินเยนหลังสหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันแทรกแซงตลาด เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศในอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้เปรียบมากขึ้น
จากการสังเกตการณ์พบว่า การแข็งค่าของเงินเยนจากระดับประมาณ 164 เยนต่อดอลลาร์ก่อนการแทรกแซง มาอยู่ที่ราว 155 เยนต่อดอลลาร์ เป็นเพียงสถานการณ์ช่วงสั้นๆ ก่อนที่เงินเยนจะกลับมาอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 159 เยนต่อดอลลาร์ในเวลาต่อมา เจสเปอร์ โคลล์ ผู้เชี่ยวชาญจาก Monex Group ชี้ว่าตราบใดที่ต้นทุนทางการเงินในญี่ปุ่นยังต่ำกว่าผลตอบแทนในต่างประเทศ แครี่เทรดก็พร้อมจะกลับมาเสมอ เพราะการแทรกแซงไม่ได้เปลี่ยนแปลงแรงจูงใจในการระดมทุนด้วยต้นทุนต่ำในญี่ปุ่นเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ตั๋วเงินคลังและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
โดย ณ วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐและญี่ปุ่นยังคงกว้างถึงประมาณ 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งฟรานซิส ตัน จาก Indosuez Wealth Management กล่าวว่าการแทรกแซงนี้เป็นเพียง “การจัดการกับอาการ แต่ไม่ได้รักษาโรค” ซึ่งหมายถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างต่าง ๆ
ขณะเดียวกันกลุ่มนักลงทุนสถาบันระยะยาว เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญและบริษัทบริหารสินทรัพย์ ยังคงขายเงินเยนอย่างต่อเนื่องเพื่อแลกกับสกุลเงินกลุ่ม G10 ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย ด้านเทรดเดอร์ในตลาดเงินอย่าง อาชวิน บินวานี ผู้ก่อตั้ง Alpha Binwani Capital เผยว่าได้ปิดสถานะซื้อดอลลาร์เทียบเยนเพื่อทำกำไรหลังการแทรกแซง ก่อนจะกลับมาเปิดสถานะซื้ออีกครั้งที่ระดับสูงกว่า 157 เยนต่อดอลลาร์เพราะคาดว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีกในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม ฝั่งกองทุนเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจได้ลดสถานะขายสุทธิในเงินเยนลงจากเกือบ 138,000 สัญญา ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เหลือ 59,526 สัญญา ณ วันที่ 11 สิงหาคม (อ้างอิงข้อมูลจาก CFTC) เนื่องจากตระหนักดีว่าทางการพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้งเมื่อจำเป็น ทั้งนี้ ทิศทางค่าเงินเยนจะยังคงเผชิญแรงกดดันอ่อนค่าต่อไป เว้นแต่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากพอที่จะบีบให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างสองประเทศแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






