บอนด์ยีลด์โลกพุ่ง: ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกในขณะนี้กำลังเผชิญกับสภาวะปั่นป่วนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือ “บอนด์ยีลด์” ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังบีบให้รัฐบาลทั่วโลกต้องแบกรับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป
การทำลายสถิติของบอนด์ยีลด์ทั่วโลก ข้อมูลล่าสุดระบุว่า บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.32% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ในยุโรป ต้นทุนการกู้ยืมของฝรั่งเศสพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ที่ 4.87% และสหราชอาณาจักรที่ขยับเข้าใกล้ระดับ 6% แม้แต่ในเอเชียอย่างญี่ปุ่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (JGB) ก็ขยับขึ้นเกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.07% เช่นกัน ภาพรวมของพอร์ตพันธบัตรรัฐบาลระดับน่าลงทุนทั่วโลกมียีลด์เฉลี่ยพุ่งแตะ 4.5% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 2015
ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนวิกฤต แรงกดดันที่ทำให้ผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
1. ภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและระเบียบโลกที่แบ่งขั้ว ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะช็อกด้านอุปทานและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
2. เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ: ปัจจัยข้างต้นส่งผลให้เงินเฟ้อไม่ลดลงตามเป้าหมาย บีบให้ธนาคารกลางหลักอย่างเฟดต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดและคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
3. วินัยการคลัง: นักลงทุนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในการควบคุมงบประมาณของรัฐบาลต่างๆ โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI ซึ่งเพิ่มภาระหนี้สาธารณะ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ลงทุน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนกลุ่มผู้ถือครองพันธบัตร จากเดิมที่เป็นกลุ่มภาครัฐหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ไม่ค่อยอ่อนไหวต่อราคา ไปสู่กลุ่มนักลงทุนเอกชนที่เน้นผลตอบแทนเป็นหลัก เมื่อกองทุนบำเหน็จบำนาญหันไปลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องพึ่งพานักลงทุนเอกชนที่ต้องการส่วนต่างผลตอบแทน (Term Premium) ที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง
นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เริ่มส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินและการลดการเข้าซื้อพันธบัตร ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เนื่องจากญี่ปุ่นเคยเป็นเสาหลักในการค้ำยันดอกเบี้ยโลกให้ต่ำมาโดยตลอด เมื่อเสาหลักนี้สั่นคลอน จึงมีความเสี่ยงสูงที่ตราสารหนี้ทั่วโลกจะถูกปรับลดมูลค่าลงอีกในอนาคต สถานการณ์นี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลทั่วโลกในการบริหารจัดการหนี้และงบประมาณท่ามกลางต้นทุนที่แพงขึ้นอย่างมหาศาล
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






