ดาต้าเซ็นเตอร์บูม มาเลเซียเดินหน้าปรับกติกาการลงทุนสู่ความยั่งยืน

/
/
/
ดาต้าเซ็นเตอร์บูม มาเลเซียเดินหน้าปรับกติกาการลงทุนสู่ความยั่งยืน

ดาต้าเซ็นเตอร์บูม มาเลเซียเดินหน้าปรับกติกาการลงทุนสู่ความยั่งยืน

ดาต้าเซ็นเตอร์บูม: ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศมาเลเซียได้ก้าวขึ้นเป็นฮับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน แซงหน้าประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับอานิสงส์จากการที่สิงคโปร์ระงับการอนุมัติโครงการใหม่ชั่วคราวในช่วงปี 2019-2022 เนื่องจากข้อจำกัดด้านที่ดิน น้ำ และไฟฟ้า 

ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกหลั่งไหลนำเม็ดเงินลงทุนกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่รัฐยะโฮร์ ทว่าในวันนี้ มาเลเซียกลับต้องเผชิญกับแรงเสียดทานครั้งสำคัญ เมื่อ ชุมชนท้องถิ่นเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าระหว่างเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกับทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องสูญเสียไปเพื่อหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมเหล่านี้

กระแสคัดค้านจากชุมชนเริ่มปะทุขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการประท้วงโครงการศูนย์ข้อมูลขนาด 300 เมกะวัตต์ของ ZDATA ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ชาวบ้านมีความกังวลอย่างมากว่าโครงการจะส่งผลให้ปริมาณน้ำประปาไม่เพียงพอและทำให้แรงดันน้ำลดลง รวมทั้งยังได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองในเขตก่อสร้างและการปรับหน้าดินจนทำลายทัศนียภาพธรรมชาติดั้งเดิม 

ความกังวลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลประเมินของธนาคารกลางมาเลเซียที่ระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 50 เมกะวัตต์เพียงแห่งเดียว สามารถใช้น้ำเทียบเท่ากับ 2,200 ครัวเรือน และใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับ 22,000 ครัวเรือนต่อวัน

ปฏิกิริยาจากความขัดแย้งนี้ส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นจำเป็นต้องควบคุมเข้มงวดขึ้น รัฐยะโฮร์กำหนดให้โครงการใหม่แสดงแผนการจัดหาไฟฟ้าและการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน พร้อมทั้ง สั่งห้ามโครงการที่ใช้น้ำปริมาณมหาศาลเกินวันละ 50 ล้านลิตร

ขณะที่รัฐสลังงอร์กำหนดให้ทุกโครงการต้องผ่านมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้น้ำและพลังงานระดับสากล ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังกำหนดให้มีการใช้ ชิ้นส่วนและบริการในประเทศ (Local Content) อย่างน้อย 30% เพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนประกาศกันพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 150,000 ไร่ เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารจากการรุกคืบของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ความท้าทายนี้บีบให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องหันมาใส่ใจกับการได้รับความเห็นชอบจากชุมชนหรือ “Social Licence”มากกว่าเดิม ผู้ประกอบการชั้นนำเริ่มนำนวัตกรรมสีเขียวมาใช้ เช่น ZDATA หันมาใช้น้ำบำบัด NTT เลือกใช้ระบบหล่อเย็นแบบวงจรปิดเพื่อลดการใช้น้ำ และ Bridge Data Centres ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการดำเนินงานมากกว่าครึ่งหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความสำเร็จในอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้วัดกันที่เม็ดเงินลงทุนหรือความเร็วในการสร้างเท่านั้น แต่คือการรักษาสมดุลอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...