จากแชมป์ส่งออกแอร์โลก: ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่ผันผวนและมุ่งสู่ความยั่งยืน กลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียว ได้กลายเป็นปัจจัยชี้ชะตาที่มีอิทธิพลต่อการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเทศคู่ค้าต่างเร่งนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นมาตรฐานและใช้เป็นมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs)
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จึงเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมีศักยภาพแฝงระดับสูงในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นฐานผลิตสินค้าสีเขียว การยกระดับภาคการผลิตไปสู่ การผลิตสีเขียวขั้นสูง (Advanced Green Manufacturing) จึงไม่ใช่ภาระหรือต้นทุน แต่เป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่จะสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ยั่งยืน
ข้อมูลตอกย้ำศักยภาพนี้ปรากฏในรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยมี ดัชนีศักยภาพความซับซ้อนสีเขียว (GCP) อยู่ที่ 1.4 ในขณะที่ดัชนีความสามารถปัจจุบัน (GCI) อยู่ที่ 0.7 ช่องว่างที่กว้างนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีพื้นที่อีกมหาศาลในการต่อยอดห่วงโซ่มูลค่าสีเขียว
จากโครงสร้างการผลิตเดิม โดยเฉพาะใน กลุ่มระบบทำความเย็นและกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ไทยมีแต้มต่อและมีความแข็งแกร่งในเวทีโลกอยู่แล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่าส่งออกถึง 1,127.51 ล้านดอลลาร์ และกินส่วนแบ่งตลาดถึง 18.20%
การเปลี่ยนผ่านสำหรับกลุ่มนี้จึงไม่ใช่การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการนำระบบนิเวศการผลิตดั้งเดิมที่มีความพร้อมสูง มายกระดับเทคโนโลยี เช่น การปรับไปใช้สารทำความเย็นคาร์บอนต่ำ หรือการพัฒนาชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อเจาะตลาดและขยายส่วนแบ่งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม
ในขณะเดียวกัน สำหรับ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้ไทยจะเผชิญความท้าทายจากการไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทาน EV ตั้งแต่ต้น แต่ จุดแข็งสำคัญคือการเป็นฐานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ครบวงจรและแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค ผู้ประกอบการสามารถนำชิ้นส่วนเดิมกว่าครึ่ง เช่น ตัวถัง ระบบเบรก และระบบช่วงล่าง มาประยุกต์เข้ากับยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ได้ทันที
ควบคู่ไปกับการเร่งดึงดูดการลงทุนในส่วนที่ขาดหาย เช่น เทคโนโลยีแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง นอกจากนี้ ไทยยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลอดจน กลุ่มพลาสติกชีวภาพและเคมีภัณฑ์สิ่งแวดล้อม
ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของพืชเศรษฐกิจอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ผสานกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเดิม และการขับเคลื่อนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
บทสรุปของการก้าวสู่ อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูง ไม่ใช่ทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์ทางการค้าอีกต่อไป แต่คือ “ทางรอด” ในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทย บนเวทีโลก สิ่งที่ต้องเร่งลงมือทำคือ การขับเคลื่อนนโยบายร่วมกันอย่างตรงจุดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
เพื่อผลักดันมาตรฐานสินค้าสีเขียว ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศ และสร้างองค์ความรู้เรื่องมาตรการทางการค้า การผสานพลังเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนศักยภาพแฝงให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






