จากน้ำมันใช้แล้วสู่ SAF: ความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมการบิน

/
/
/
จากน้ำมันใช้แล้วสู่ SAF: ความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมการบิน

จากน้ำมันใช้แล้วสู่ SAF: ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตราคาพลังงาน ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่าเนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน ควบคู่ไปกับแรงกดดันด้านการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้สายการบินต่างๆ ต้องเร่งค้นหาเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนา “เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน” หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งใช้วัตถุดิบหลักจากทรัพยากรหมุนเวียนอย่าง น้ำมันพืชและไขมันสัตว์ที่ใช้แล้ว

การนำน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วมาแปลงเป็นเชื้อเพลิงนั้นมีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากโมเลกุลของไขมันสามารถกักเก็บพลังงานได้มาก และสามารถนำมาผ่านกระบวนการกลั่นเพื่อสร้างโครงสร้างไฮโดรคาร์บอนใหม่จนได้เชื้อเพลิงที่มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่าง Boeing 777 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ที่สำคัญ การใช้เชื้อเพลิง SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันฟอสซิลทั่วไป นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณขยะไขมันในหลุมฝังกลบ และเป็นการนำคาร์บอนในชั้นบรรยากาศมาหมุนเวียนใช้ใหม่แทนการขุดเจาะแหล่งฟอสซิลใต้ดินขึ้นมาเผาผลาญ

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มโครงการนำร่องอย่างจริงจัง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซียแอร์ไลน์ได้เปิดเที่ยวบินพาณิชย์ที่ผสมเชื้อเพลิง SAF ถึง 38% พร้อมให้ส่วนลดค่าตั๋วเพื่อส่งเสริมให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมตระหนักรู้ 

ด้านประเทศญี่ปุ่นได้ผลักดันโครงการ “Fry to Fly” เพื่อรวบรวมน้ำมันจากครัวเรือนมาผลิตเป็นเชื้อเพลิง โดยตั้งเป้าหมายจัดหา SAF ให้ได้ 10% ของความต้องการทั้งหมดภายในปี 2030 

ส่วนสิงคโปร์ก็เริ่มสร้างเส้นทางสีเขียวและกำหนดให้สายการบินนำร่องใช้เชื้อเพลิงลดคาร์บอน ในขณะเดียวกัน สายการบินชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เช่น United Airlines และ Delta ก็ได้ดึงน้ำมันใช้แล้วจากร้านอาหารนับหมื่นแห่งมาใช้จริง และในทวีปยุโรปก็มีการออกข้อบังคับที่เข้มงวดจนทำให้เกิดศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันใช้แล้วระดับโลกขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ยุคของการบินสีเขียวยังมีความท้าทายสำคัญ นั่นคือ ข้อจำกัดด้านปริมาณวัตถุดิบ ทั่วโลกมีน้ำมันพืชใช้แล้วเหลือทิ้งเพียงประมาณ 20 ล้านตัน ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่จำเป็นต้องใช้จริงภายในปี 2050 ข้อจำกัดนี้ทำให้ ต้นทุนของ SAF สูงกว่าน้ำมันเครื่องบินปกติถึง 2-5 เท่า 

และยังขาดงบประมาณการอุดหนุนจากภาครัฐที่เพียงพอ นอกจากนี้ การที่น้ำมันใช้แล้วมีราคาสูงในบางพื้นที่ ยังทำให้เกิดปัญหาการทุจริต โดยมีการนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มาผสมหลอกขาย ซึ่งสร้างผลกระทบให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าที่รุนแรงกว่าเดิม

เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง อุตสาหกรรมการบินอาจต้องมองหาแหล่งวัตถุดิบอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น กากทางการเกษตร หรือการใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศโดยตรง แม้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังต้องอาศัยเวลาและเงินลงทุนมหาศาลเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ 

ในท้ายที่สุด วิกฤตการณ์ด้านราคาพลังงานที่เกิดขึ้นกำลังเปลี่ยนมุมมองต่อเชื้อเพลิง SAF จากเพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม ไปสู่ประเด็น ความมั่นคงทางพลังงานระดับชาติ แม้ในระยะสั้นกฎระเบียบที่เข้มงวดอาจส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญและจะเริ่มเห็นผลอย่างมีนัยสำคัญในอีก 4-5 ปีข้างหน้า

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital