นายกฯ ย้ำชัด ดึง EEC: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
โดยได้ตัดสินใจดึงอำนาจการบริหารกลับมาดูแลด้วยตนเอง จากเดิมที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การปรับเปลี่ยนบทบาทในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในรัฐบาลแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากบริบทของการพัฒนาโครงการที่ผ่านพ้นระยะของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว
ในปัจจุบัน เป้าหมายหลักของการบริหาร EEC คือการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ แม้จะยังขาดความพร้อมในส่วนของรถไฟความเร็วสูง
แต่ประเทศไทยก็มีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์อื่นๆ ที่ค่อนข้างสมบูรณ์รองรับ ทั้งระบบท่าอากาศยานและท่าเรือ โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่มีแผนจะขยายศักยภาพเพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ การดำเนินงานของ EEC จึงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โหมดของการ “ทำการตลาด” เพื่อชักชวนนักลงทุนอย่างเต็มตัว เดิมทีนั้น รัฐบาลตั้งใจจะมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลระยะนี้
แต่เนื่องจากนายอนุทินมีภารกิจต้องเดินทางและได้พบปะกับภาคเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง จึงตัดสินใจนำโครงการกลับมาบริหารเองเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของรัฐบาลต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยระบุอย่างชัดเจนว่าการดึง EEC กลับมาดูแลนั้นเป็นคนละเรื่องและไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสัญญาโครงการดังกล่าว การแก้ไขสัญญาสัมปทานของภาครัฐถือเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายและต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกฝ่ายเป็นหลัก
หากรัฐบาลยินยอมให้แก้ไขสัญญาเพียงเพราะเอกชนอ้างถึงปัญหาการส่งมอบพื้นที่ ความล่าช้าจากวิกฤตการณ์โลก หรือแม้แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ รัฐบาลก็ย่อมไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะมารองรับภาระเหล่านี้ได้
ที่สำคัญที่สุด การพิจารณาแก้ไขสัญญาภายหลังการประมูลเสร็จสิ้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่นที่ไม่ชนะการแข่งขัน เพราะหากผู้แข่งขันรายอื่นทราบล่วงหน้าว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขเงื่อนไขได้ในภายหลัง พวกเขาก็ย่อมที่จะเสนอราคาที่แตกต่างออกไปตั้งแต่ต้น
ดังนั้น แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและโปร่งใสที่สุด คือทุกฝ่ายต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาตั้งแต่ตอนลงนามอย่างเคร่งครัดที่สุดเท่าที่จะทำได้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







