ค้าปลีกไทยปี 2569 สงครามการปรับตัวภายใต้คลื่นซัพพลายถล่มตลาด

/
/
/
ค้าปลีกไทยปี 2569 สงครามการปรับตัวภายใต้คลื่นซัพพลายถล่มตลาด

ค้าปลีกไทยปี 2569: ถูกคาดการณ์ว่าเป็น “ปีแห่งการพิสูจน์ตัวตน” ของธุรกิจค้าปลีกไทยอย่างแท้จริง ท่ามกลางภาวะที่อุปทานใหม่กำลังทะลักเข้าสู่ตลาดอย่างมหาศาล จนอาจนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดและกดดันให้การแข่งขันรุนแรงขึ้นกว่าที่เคย 

ข้อมูลจาก CBRE ประเทศไทย ระบุว่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ได้ขยายตัวจนแตะระดับ 8.25 ล้านตารางเมตร และยังมีพื้นที่ใหม่เตรียมจ่อคิวเข้าสู่ตลาดอีกกว่า 300,000 ตารางเมตรในปีหน้า สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดสัญญาณอันตรายว่า อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอาจปรับลดลงต่ำกว่า 90% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งเป็นแรงกดดันที่บีบให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว

ปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในอดีต “ร้านค้า” อาจเป็นแม่เหล็กหลักในการดึงดูดคน แต่ปัจจุบันผู้บริโภคเดินทางออกจากบ้านเพื่อแสวงหา “ประสบการณ์” ที่โลกออนไลน์ทดแทนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร กิจกรรมสันทนาการ การดูแลสุขภาพ หรือบริการเฉพาะทาง 

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้สูตรสำเร็จการวางผังศูนย์การค้าแบบเดิม หรือสัดส่วน Retail-to-F&B ที่ 70:30 เริ่มหมดความขลังลง และพื้นที่เชิงไลฟ์สไตล์ เช่น ฟิตเนส หรือพื้นที่กิจกรรมชุมชน กลับเข้ามามีบทบาทสำคัญแทนที่พื้นที่ขายสินค้าแบบเดิม

ในสมรภูมินี้ การรีโพสิชัน (Repositioning) จึงกลายเป็นทางรอดเดียวของผู้ประกอบการ โดยต้องสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรพื้นที่มากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยถูกมองข้ามอย่างดาดฟ้าหรือมุมอับ ให้กลายเป็นโซนร้านอาหาร คลินิกความงาม หรือพื้นที่บริการที่สร้างรายได้ใหม่ 

นอกจากนี้ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอาจไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเสมอไป แต่อยู่ที่การรีโนเวตให้ตรงจุด การปรับเส้นทางสัญจร และการเลือกผู้เช่าที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความถี่และระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ในโครงการ

ที่สำคัญที่สุด บทบาทของเจ้าของศูนย์การค้าต้องเปลี่ยนจาก “ผู้ให้เช่าพื้นที่” ไปสู่การเป็น “ผู้บริหารประสบการณ์” การใช้ข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ตลอดจนการนำแนวทาง ESG มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพโครงการ จะเป็นเครื่องมือตัดสินผลแพ้ชนะ

ปี 2569 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่คัดกรองว่าใครจะอยู่รอด โดยผู้ชนะอาจไม่ใช่โครงการที่ใหญ่ที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้เร็วที่สุดและเข้าใจหัวใจของผู้บริโภคได้ลึกซึ้งที่สุด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital