KOSPI ดิ่ง 8.4% นำตลาดเอเชียร่วง หลังตะวันออกกลางตึงเครียด

/
/
/
KOSPI ดิ่ง 8.4% นำตลาดเอเชียร่วง หลังตะวันออกกลางตึงเครียด

KOSPI ดิ่ง 8.4%: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกระลอกกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนทั่วโลก หลังจากมีรายงานว่าประเทศอิหร่านได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่ประเทศอิสราเอล 

เหตุการณ์การโจมตีด้วยขีปนาวุธดังกล่าวได้สร้างความกังวลครั้งใหม่และส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานที่กำลังอยู่ในสภาวะเปราะบาง 

โดยประธานรัฐสภาอิหร่านได้กล่าวอ้างว่าการที่สหรัฐฯ ปิดล้อมทางทะเลและละเมิดข้อตกลงที่เกี่ยวกับเลบานอน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้สถานการณ์นี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความไม่แน่นอนอย่างมหาศาลให้กับการลงทุนในปัจจุบัน

ผลกระทบจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากการเปิดตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2026 โดยมีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการดิ่งลงอย่างรุนแรง ดัชนีอ้างอิง KOSPI ร่วงลงลึกถึง 8.4%

ในขณะเดียวกัน ดัชนี Nikkei 225 ของประเทศญี่ปุ่นก็ปรับตัวลดลงไป 3.4% หากหันไปมองฝั่งสหรัฐอเมริกา ตลาดซื้อขายหุ้นล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สลดลงราว 80 จุด หรือประมาณ 0.2% ส่วนดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ส และ Nasdaq 100 ฟิวเจอร์ส ต่างก็ปรับตัวลดลง 0.2% เช่นกัน

การดิ่งลงของตลาดทั่วโลกในรอบนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมสภาวะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เพิ่งจะเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วงมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าว ดัชนีแนสแด็ก (Nasdaq) ร่วงลงแรงถึง 4.18% 

ซึ่งทำสถิติเป็นการปรับตัวลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2025 ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 2.64% และดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงถึง 695 จุด ส่งผลให้ภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ลดลงมากกว่า 2% และ Nasdaq ร่วงลงรวม 4.7%

การเทขายอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์นั้น มีสาเหตุหลักมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย สิ่งนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้น 

นักลงทุนจึงเกิดความกังวลว่าต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ อาจจะกลายมาเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ต่อบริษัทต่างๆ ที่กำลังทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อขยายเทคโนโลยี AI แคลลี ค็อกซ์ 

หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นในตอนนี้อาจกำลังตกเป็นเหยื่อความสำเร็จของตัวเอง แม้ตลาดแรงงานจะฟื้นตัว แต่ภัยคุกคามสำคัญคืออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) และหุ้นที่มีแรงส่ง (Momentum) อาจมีความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ลงทุนผิดหวัง หากเผชิญกับสภาวะดอกเบี้ยและเงินเฟ้อสูงเป็นเวลานาน

สำหรับทิศทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดคือ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤษภาคม ที่จะประกาศในช่วงกลางสัปดาห์ 

ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ ไฮไลต์ที่น่าจับตามองที่สุดคือ การนำบริษัท SpaceX ของนายอีลอน มัสก์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในวันศุกร์ 

ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวอลล์สตรีท การทำ IPO ระดับใหญ่นี้มักจะสะท้อนถึงจุดสูงสุดของความร้อนแรงของตลาดในอดีต จึงถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่าท่ามกลางการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI และความระมัดระวังของนักลงทุน ทิศทางของตลาดจะดำเนินไปอย่างไรต่อไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital