AI จุดชนวน “ศึกชิงน้ำ” เมื่อโลกต้องแลกเทคโนโลยีด้วยทรัพยากรน้ำ

/
/
/
AI จุดชนวน “ศึกชิงน้ำ” เมื่อโลกต้องแลกเทคโนโลยีด้วยทรัพยากรน้ำ

AI จุดชนวน “ศึกชิงน้ำ”: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผลักดันให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Google, Amazon และ Meta ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน

แต่เบื้องหลังความก้าวหน้านี้กลับซ่อน “ต้นทุนที่มองไม่เห็น”อย่างการใช้ทรัพยากรน้ำปริมาณมหาศาล จนผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโลกอาจไม่ได้เผชิญแค่ศึกชิงชิปหรือพลังงาน แต่อาจลุกลามเป็น “ศึกชิงน้ำ”

การเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 AI อาจใช้น้ำปริมาณเทียบเท่ากับประชากร 1.3 พันล้านคน ปัญหาสำคัญคือ ตัวเลขการใช้น้ำที่บริษัทเทคโนโลยีเปิดเผยส่วนใหญ่มักเป็นเพียง “การใช้น้ำโดยตรง” ภายในศูนย์ข้อมูล เช่น การหล่อเย็นเซิร์ฟเวอร์

แต่ไม่ได้นับรวม “การใช้น้ำทางอ้อม” ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้ามาป้อนศูนย์ข้อมูล งานวิจัยระบุว่าปริมาณการใช้น้ำทางอ้อมในสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงกว่าการใช้น้ำโดยตรงถึง 12 เท่า และปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้

ในบรรดากลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ปัจจุบันมีเพียง Meta ที่เปิดเผยข้อมูลครอบคลุมทั้งสองส่วน โดยในปี 2024 พบว่ามีการใช้น้ำทางอ้อมสูงกว่าทางตรงถึง 20 เท่า ขณะที่บริษัทอื่นๆ อย่าง Google แม้จะรายงานการใช้น้ำโดยตรงที่ 10,900 ล้านแกลลอนในปี 2025 แต่งานวิจัยชี้ว่าแท้จริงแล้วมีการใช้น้ำทางอ้อมสูงกว่านั้นถึง 3 เท่า

สิ่งที่น่ากังวลคือ ศูนย์ข้อมูล AI หลายแห่งมักถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง เช่น เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เนื่องจากบริษัทต้องการไล่ล่าต้นทุนที่ต่ำที่สุดทั้งค่าที่ดินและค่าไฟฟ้า คาดว่าภายในปี 2031 สัดส่วนการใช้น้ำของศูนย์ข้อมูลในเมืองนี้อาจพุ่งทะลุ 20% ของการใช้น้ำทั้งเมือง 

นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างมหาศาลของ AI ยังส่งผลให้โรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติหลายแห่งต้องกลับมาเดินเครื่องเพื่อรองรับความต้องการ ซึ่งยิ่งสร้างภาระต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ

แม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหา เช่น การคิดค้น “ระบบหล่อเย็นแบบวงจรปิด” ของ Nvidia ที่ใช้น้ำเพียงครั้งแรกแล้วหมุนเวียนใช้ต่อได้โดยไม่ต้องเติมน้ำเพิ่ม หรือการที่ Microsoft ประกาศจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2027 แต่ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ระบบระบายความร้อนแบบระเหยที่มีต้นทุนการเปลี่ยนผ่านสูงอยู่ดี

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและข้อมูลที่ถูกปกปิด ส่งผลให้ชุมชนเกิดความไม่พอใจและเริ่มต่อต้าน ทำให้ตั้งแต่ปี 2024 มีโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่ารวมกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์ต้องถูกชะลอ ระงับ หรือยกเลิกไป วิกฤตการณ์นี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าของ AI กำลังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรโลกมากกว่าที่สาธารณชนคาดคิด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital