เปิดเส้นทางรถไฟเย็น: ประเทศไทยได้ยกระดับการส่งออกผลไม้สู่ตลาดโลกอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวขบวนรถไฟห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) เส้นทางใหม่ จีน–ลาว–ไทย ซึ่งเป็นการขนส่งทางรางแบบไร้รอยต่อเป็นครั้งแรกจากท่าเรือแหลมฉบังมุ่งตรงสู่นครเฉิงตู ประเทศจีน
เส้นทางนี้ถือเป็นนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ที่เข้ามาแก้ปัญหาการขนส่งแบบเดิม ช่วยรักษาความสดใหม่ของทุเรียนไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
เที่ยวปฐมฤกษ์และความสำเร็จก้าวแรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ขบวนรถไฟเที่ยวแรกได้บรรทุกทุเรียนสดจากประเทศไทยจำนวน 33 ตัน บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ มีมูลค่ารวมกว่าหลายล้านหยวน ออกเดินทางจากท่าเรือแหลมฉบัง
โดยใช้ระบบรางตลอดเส้นทางผ่านจังหวัดหนองคาย สู่เวียงจันทน์ใต้ใน สปป.ลาว ก่อนจะเข้าสู่ด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน และมุ่งตรงสู่ท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู กระบวนการทั้งหมดนี้ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการขนถ่ายสินค้า เนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งที่ลาวเหมือนแต่ก่อน
นวัตกรรม “ตู้เดียวตลอดเส้นทาง” และการควบคุมคุณภาพ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเส้นทาง “สายแหลมฉบัง” คือการใช้ระบบขนส่งทางรางแบบไร้รอยต่อโดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้า ควบคู่กับการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิคงที่ที่ 13 องศาเซลเซียสตลอดการเดินทาง
การขยายเส้นทางรถไฟจากเวียงจันทน์ใต้มาถึงแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งผลิตสำคัญในภาคตะวันออก ทำให้เกษตรกรสามารถขนส่งทุเรียนจากสวนถึงจุดต้นทางได้ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ระบบ “ตู้เดียวตลอดเส้นทาง” นี้ช่วยลดความเสียหายจากการขนย้ายและรักษาคุณภาพความสดของทุเรียนจนถึงมือผู้บริโภค
การกระจายสินค้าและโอกาสในตลาดจีนตะวันตก ภายหลังสินค้าถึงนครเฉิงตู ทุเรียนจะถูกกระจายผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ไปยังเมืองเศรษฐกิจสำคัญในจีน เช่น ฉงชิ่ง ซีอาน เจียซิง กวางโจว และปักกิ่ง อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากศูนย์กระจายสินค้าผลไม้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ เฉิงตู ระบุว่านับตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อปีก่อน มีมูลค่าการนำเข้าผลไม้ผ่านเส้นทางนี้ทะลุ 260 ล้านหยวนแล้ว ส่งผลให้ผู้บริโภคในจีนตะวันตกสามารถเข้าถึงทุเรียนไทยที่สดใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น
วิสัยทัศน์และความยั่งยืนในอนาคต สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครเฉิงตู ให้ความเห็นว่า การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนและบรรเทาความแออัดบริเวณด่านชายแดนในช่วงฤดูกาลผลไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคชาวจีน
สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพไปยังตลาดจีนและตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






