เกษตรไทยระส่ำ ! ปุ๋ยยูเรียแตะ 700 ดอลลาร์ ไทยลุ้นนำเข้ารัสเซีย 

/
/
/
เกษตรไทยระส่ำ ! ปุ๋ยยูเรียแตะ 700 ดอลลาร์ ไทยลุ้นนำเข้ารัสเซีย 

เกษตรไทยระส่ำ: ปัจจุบันภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลกพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ TRADING ECONOMICS ระบุว่าราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าปุ๋ยยูเรียพุ่งสูงกว่า 700 ดอลลาร์ต่อตัน 

ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% ภายในปีเดียว สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และการจำกัดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยสำคัญของโลก

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปุ๋ยในประเทศอาจตึงตัวเนื่องจากสต็อกที่มีอยู่จะใช้ได้ถึงเพียงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ รัฐบาลไทยโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งเจรจาเพื่อนำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียในปริมาณ 1-2 ล้านตัน เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเดิม 

แม้ทางการรัสเซียจะตอบรับในหลักการและเสนอราคาที่ประมาณ 800 – 850 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดโลกที่จ่อแตะ 1,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อคำนวณรวมค่าขนส่งอีกราว 80 – 90 ดอลลาร์ต่อตันแล้ว ต้นทุนรวมกลับใกล้เคียงกับราคาตลาดปกติ ทำให้ความคุ้มค่าของดีลนี้ยังคงเป็นคำถาม

นอกจากประเด็นด้านราคาแล้ว ยังมีอุปสรรคสำคัญด้าน “สเปกสินค้า” และ “โลจิสติกส์” ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้:

1. รูปแบบของปุ๋ย: ภาคเกษตรไทยเหมาะสมกับปุ๋ยยูเรียแบบเม็ด (granular) มากกว่าแบบเม็ดเล็ก (prill) เพราะแบบเม็ดเล็กมักเกิดการฟุ้งกระจายเมื่อใช้วิธีหว่าน

2. ระยะเวลาการขนส่ง: การนำเข้าจากรัสเซียใช้เวลานานถึง 40–60 วัน ในขณะที่การนำเข้าจากตะวันออกกลางใช้เวลาเพียง 6–10 วันเท่านั้น อีกทั้งรัสเซียแจ้งความพร้อมส่งมอบล็อตแรกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งอาจไม่ทันต่อความต้องการใช้ในช่วงต้นฤดูเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคม

3. คุณภาพสินค้า: ระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานเพิ่มความเสี่ยงเรื่องความชื้น ซึ่งอาจทำให้ปุ๋ยจับตัวเป็นก้อนก่อนถึงมือเกษตรกร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยืนยันชัดเจนว่า หากราคาปุ๋ยจากรัสเซียสูงเกินไปหรือเงื่อนไขไม่ยุติธรรม ไทยก็จะไม่เดินหน้าดีลนี้ โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องการขาดแคลนและราคาที่เกษตรกรรับได้เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยเริ่มมองหาแหล่งนำเข้าสำรองจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน 

เพื่อสร้างเสถียรภาพและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายประเทศอย่างอินเดียและออสเตรเลียต่างเร่งกักตุนปุ๋ยเพื่อความมั่นคงทางอาหารเช่นกัน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital