วิกฤตซ้ำซ้อน ! ผลผลิตเพิ่มแต่ราคาดิ่ง กดรายได้เกษตรกรไทย

/
/
/
วิกฤตซ้ำซ้อน ! ผลผลิตเพิ่มแต่ราคาดิ่ง กดรายได้เกษตรกรไทย

วิกฤตซ้ำซ้อน ! ผลผลิตเพิ่มแต่ราคาดิ่ง กดรายได้เกษตรกรไทย

วิกฤตซ้ำซ้อน ! ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ภาคการเกษตรของไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย โดยพบว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลงถึงร้อยละ 10.32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 145.30 

แม้ภาพรวมจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนมกราคม แต่ปัจจัยลบจากราคาสินค้าหลักหลายรายการได้ฉุดดึงให้ดัชนีรายได้ของเกษตรกรลดลงร้อยละ 5.35 มาอยู่ที่ระดับ 211.33

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรทรุดตัวลง มาจากกลุ่มสินค้าส่งออกและสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะ “ปาล์มน้ำมัน” ที่ราคาอ่อนตัวลงตามทิศทางน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก เนื่องจากประเทศผู้ผลิตหลักอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียมีอุปทานเพิ่มขึ้น ขณะที่สต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง 

ในส่วนของ “สุกร” พบว่าปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้นหลังจากสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง ทำให้เกษตรกรเร่งจำหน่ายสุกรเมื่อได้น้ำหนักตามเกณฑ์ ในขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงทรงตัว นอกจากนี้ “กุ้งขาวแวนนาไม” ยังเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำจากการขยายกำลังการผลิตของเอกวาดอร์ และการชะลอการสั่งซื้อจากตลาดยุโรปที่มีสต็อกคงค้างอยู่มาก

ท่ามกลางราคาที่ลดลง ยังคงมีสินค้าบางกลุ่มที่แสดงทิศทางบวกสวนกระแสตลาด ได้แก่ “มันสำปะหลัง” ที่ราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการแปรรูปและส่งออก อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐที่ผลักดันการส่งออกไปยังญี่ปุ่นเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง 

เช่นเดียวกับ “ยางพารา” ที่ราคากระเตื้องขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากความต้องการต่อเนื่องของโรงงานแปรรูปและมาตรการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตยางล้อ

สิ่งที่น่าสนใจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คือ “ความย้อนแย้งระหว่างปริมาณผลผลิตและรายได้” โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.54 จากการขยายตัวของผลผลิตยางพารา อ้อย และสับปะรด แต่ในทางกลับกัน ราคาที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงกลับส่งผลลบมากกว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในท้ายที่สุดแล้วเกษตรกรไทยมีรายได้สุทธิลดลง

สถานการณ์ภาคการเกษตรในช่วงนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้จะสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้น แต่การพึ่งพิงตลาดโลกและปัจจัยด้านสต็อกสินค้ายังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ การปรับตัวด้วยนโยบายเชิงรุกของรัฐและการเน้นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงจึงเป็นแนวทางที่จำเป็นในการประคับประคองรายได้ของเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...