วงการสุขภาพเดือด รัฐเปิดพรีเมียมคลินิก สะเทือนหุ้นโรงพยาบาลเอกชน

/
/
/
วงการสุขภาพเดือด รัฐเปิดพรีเมียมคลินิก สะเทือนหุ้นโรงพยาบาลเอกชน

วงการสุขภาพเดือด: วงการสาธารณสุขไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อภาครัฐหันมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกด้วยการเปิดบริการ “พรีเมียมคลินิกในเวลา” จำนวน 33 แห่ง และ “คลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลา” อีกกว่า 205 แห่งทั่วประเทศ

นโยบายนี้ไม่เพียงแต่เน้นลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ แต่ยังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ป่วยที่มีกำลังจ่าย มีประกันสุขภาพ และชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของโรงพยาบาลเอกชน โดยตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโตถึง 10% ภายในปี 2569

ผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน การรุกคืบของภาครัฐส่งผลเชิงลบต่อจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจยังเปราะบางและค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น

จากเดิมที่ผู้ป่วยยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความสะดวกสบายจากเอกชน แต่เมื่อโรงพยาบาลรัฐนำเสนอทางเลือกที่ราคาต่ำกว่าในคุณภาพที่ยอมรับได้ ผู้ป่วยบางส่วนจึงมีแนวโน้มหันกลับไปใช้บริการรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน

ใครได้-ใครเสียประโยชน์ ? จากการประเมินของ บล.เอเซีย พลัส พบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกันตามฐานลูกค้าของแต่ละบริษัท ดังนี้:

1. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด: คือโรงพยาบาลเอกชนระดับกลางถึงล่าง โดยเฉพาะ BDMS ที่ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงสุดเนื่องจากมีเครือข่ายครอบคลุมถึง 60 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ในเครืออย่างพญาไทและเปาโลที่ต้องแข่งขันโดยตรงกับโรงพยาบาลประจำจังหวัดในหลายพื้นที่

2. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัด: BCH ถือเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างปลอดภัย เนื่องจากมีฐานผู้ป่วยประกันสังคมที่แข็งแกร่งกว่า 35% และมีทำเลที่ตั้งใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรมและชายแดน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคนละประเภทกับพรีเมียมคลินิกของรัฐ

3. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด: BH (บำรุงราษฎร์) และ PR9 ลอยตัวเหนือการแข่งขันนี้ได้ดีที่สุด เนื่องจากมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชัดเจน โดยเฉพาะ BH ที่เน้นผู้ป่วยต่างชาติระดับพรีเมียมและการรักษาโรคซับซ้อนระดับสูง ซึ่งพรีเมียมคลินิกของรัฐยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้ในระยะสั้น

การปรับตัวและการคงน้ำหนักการลงทุน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเอกชนไม่ได้นิ่งนอนใจและมีการปรับตัวล่วงหน้าผ่านการพัฒนา Excellence Center และการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการวินิจฉัยเพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวมถึงการออกแพ็กเกจราคาที่ชัดเจนเพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้ป่วย

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลที่ “เท่ากับตลาด” โดยเลือก BCH เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) เนื่องจากความได้เปรียบด้านทำเลและฐานลูกค้าประกันสังคมที่มั่นคง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital