ยกระดับเศรษฐกิจ: จังหวัดยะลากำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านภาคการประมง เมื่อกรมประมงได้ประกาศรุกโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อผลักดัน “ปลาพลวงชมพู” หรือที่รู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า “ปลากือเลาะห์” ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับถัดไปของจังหวัด ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ที่ได้รับการรับรองไปก่อนหน้านี้
ความโดดเด่นของปลาพลวงชมพูอยู่ที่ความเป็นปลาพื้นถิ่นหายากที่มีแหล่งกำเนิดเฉพาะตัวในลำธารบนเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยเฉพาะในบริเวณป่าฮาลา-บาลา ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ส่งผลให้ปลาชนิดนี้มีรูปลักษณ์และสีสันที่สวยงาม รวมถึงมีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเลิศ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในของดีประจำจังหวัดยะลา
การเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียน GI ในชื่อ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” จึงเป็นการรับรองคุณลักษณะเฉพาะที่ผูกพันกับแหล่งภูมิศาสตร์อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนี้มุ่งเน้นการยกระดับรายได้เกษตรกรและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้
โดยกรมประมงได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงที่ทันสมัย การสนับสนุนลูกพันธุ์ และปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรมีต้นทุนในการเริ่มต้นอาชีพที่มั่นคง
ปัจจุบันมีเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ เช่น ฟาร์มของนายทศพล รุ่งเรืองใบหยก ในอำเภอเบตง ซึ่งเป็นฟาร์มมาตรฐานที่บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และฟาร์มระบบปิดน้ำหมุนเวียนของนายณัฐรัฐ เดือนจำรูญ ในอำเภอเมือง ซึ่งเป็นต้นแบบการผลิตปลาคุณภาพในระบบควบคุม
อย่างไรก็ตาม กรมประมงยังคงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงวิชาการอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีพบปัญหาปลาเติบโตช้าในบางพื้นที่ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งวิเคราะห์และให้คำแนะนำอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในปีงบประมาณ 2569
แผนงานในอนาคตจะครอบคลุมตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ การอนุบาล จนถึงการผลิตตามมาตรฐาน GAP เพื่อสร้างความยั่งยืนในอาชีพ
ท้ายที่สุดแล้ว การผลักดันปลาพลวงชมพูสู่สินค้า GI ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังเป็น Soft Power ทางด้านอาหารที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำตามแนวทาง “คืน คง เพิ่ม เติมสัตว์น้ำ” เพื่อให้ทรัพยากรอันล้ำค่านี้อยู่คู่กับท้องถิ่นชายแดนใต้อย่างยั่งยืนตลอดไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






