พลิกวิกฤตเป็นโอกาส “น้ำนมล้นตลาด” สู่ปุ๋ยชีวภาพช่วยเกษตรกรไทย

/
/
/
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส “น้ำนมล้นตลาด” สู่ปุ๋ยชีวภาพช่วยเกษตรกรไทย

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: ในช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกของไทยปี 2569 เกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญสองประการพร้อมกัน ประการแรกคือ ภาวะความเสี่ยงที่ปุ๋ยเคมีจะมีราคาแพงและขาดแคลน อันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อปริมาณปุ๋ยยูเรียในสต็อกที่มีเพียงพอใช้ได้ถึงเพียงเดือนสิงหาคมเท่านั้น

ประการที่สองคือ ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ซึ่งมีปริมาณส่วนเกินเฉลี่ยกว่า 200 ตันต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมที่นมโรงเรียนไม่มีที่ระบาย ส่งผลให้สหกรณ์โคนมหลายแห่งต้องแบกรับภาระอย่างหนัก

เพื่อแก้ไขปัญหาสองด้านในคราวเดียว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินโครงการเปลี่ยนน้ำนมดิบส่วนเกินให้เป็น “น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ” เพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูกทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี

แม้ว่าในเชิงพาณิชย์ สหกรณ์โคนมจะต้องยอมรับภาวะขาดทุนจากการขายน้ำนมดิบให้ กยท. ในราคากิโลกรัมละ 12 บาท ทั้งที่มีต้นทุนรับซื้อจากสมาชิกอยู่ที่ 21.50 บาท แต่ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าแนวทางนี้ “ดีกว่านำไปเททิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ”

คุณสมบัติและประโยชน์ที่เหนือกว่าของปุ๋ยนมสด น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่พืชต้องการ ทั้งธาตุอาหารหลักและรอง เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม

นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโต ทำให้ใบเขียวสด และเสริมสร้างความแข็งแรงของราก จุลินทรีย์ในน้ำหมักยังช่วยปรับสมดุลในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และมีกรดแลคติกที่ช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นโทษในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำไปใช้งานและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ จากการทดสอบโดย กยท. พบว่าการใช้น้ำหมักชีวภาพในสวนยางพาราช่วยให้ต้นยางแข็งแรง เปลือกนิ่ม กรีดง่าย และได้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราส่วนการใช้ที่ประหยัด คือ น้ำหมัก 1 ลิตรต่อน้ำ 500 ลิตร สำหรับไม้ยืนต้นและพืชไร่ ส่วนพืชผักใช้ในอัตราส่วน 1 ลิตรต่อน้ำ 1,000 ลิตร

โมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของสหกรณ์ ในการกระจายสินค้า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ส่งผลิตภัณฑ์ไปตามสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ในราคาลิตรละ 100 บาท ซึ่งสหกรณ์จะมีส่วนต่างกำไรประมาณลิตรละ 30 บาท เพื่อนำมาใช้ชดเชยผลขาดทุนจากการรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิก

แนวทางนี้นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยพยุงอุตสาหกรรมโคนมไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตราคาและปริมาณน้ำนมส่วนเกินได้อย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital