พลาสติกชีวภาพไทย: โลกของการค้าในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะเมื่อสหภาพยุโรปได้ประกาศบังคับใช้ กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วไปตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569
กติกานี้มุ่งเน้นการลดขยะบรรจุภัณฑ์และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อุตสาหกรรมพลาสติกไทยต้องเร่งปรับตัวจากการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิลไปสู่ “พลาสติกชีวภาพ” (Bioplastics) เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ศักยภาพและจุดแข็งของไทยบนเวทีโลก ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่มีรากฐานที่แข็งแกร่งในการเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพระดับโลก ด้วยความได้เปรียบทางด้านวัตถุดิบต้นน้ำอย่างอ้อยและมันสำปะหลังจำนวนมาก ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่าไทยมีมูลค่าการส่งออกเม็ดพลาสติก Poly-Lactic Acid (PLA) สูงถึง 125.2 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 23.5% ของการส่งออกทั่วโลก
ส่งผลให้ ไทยครองตำแหน่งผู้ส่งออก PLA อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์ ศักยภาพนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2570
ความท้าทายจาก “ช่องว่างด้านต้นทุน” แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ “ต้นทุนการผลิต” ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญที่สกัดกั้นการแข่งขัน ข้อมูลระบุว่าเม็ดพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากอ้อยมีต้นทุนประมาณ 3.4 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ซึ่ง สูงกว่าพลาสติกจากฟอสซิลทั่วไปถึง 2.5 เท่า (ซึ่งมีต้นทุนเพียง 1.3 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม) ช่องว่างราคาที่สูงเช่นนี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญข้อจำกัดในตลาดที่ผู้ซื้อยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องราคาเป็นหลัก แม้ความต้องการสินค้าสีเขียวจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
กลยุทธ์การปรับตัวและแรงหนุนจากภาครัฐ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ให้เห็นว่า ทางรอดของอุตสาหกรรมไทยไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวัสดุ แต่ต้องมองตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการจัดการหลังหมดอายุ ภาครัฐจึงได้ออกมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น สิทธิประโยชน์จากการลงทุน (BOI) และการสร้างความเชื่อมั่นผ่านเครื่องหมาย Thailand Trust Mark (T Mark) เพื่อการันตีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จากข้อจำกัดสู่โอกาสใหม่ ในโลกยุคใหม่ อุตสาหกรรมพลาสติกไทยต้องเปลี่ยนเกมจากการเน้นปริมาณไปสู่การ “ผลิตพลาสติกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์กติกาสิ่งแวดล้อม” การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนกติกาสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนจากตลาดโลกในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






