ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ เทขายพันธบัตรสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

/
/
/
ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ เทขายพันธบัตรสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ เทขายพันธบัตรสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ: ในเดือนมิถุนายน ปี 2569 ตลาดการเงินโลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลว่า นักลงทุนต่างชาติได้พากันลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันในตลาดตราสารหนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการถือครองรวมของต่างชาติลดลงมาอยู่ที่ระดับ 9.299 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับ 9.371 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า

สามมหาอำนาจเศรษฐกิจผู้นำเทรนด์ลดการถือครอง ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการปรับลดพอร์ตพันธบัตรในครั้งนี้ประกอบด้วย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีน โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะยังคงรั้งตำแหน่งเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ แต่ก็ได้ปรับลดการถือครองลงถึง 2.3% เหลือเพียง 1.116 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ สหราชอาณาจักร ในฐานะศูนย์กลางการฝากสินทรัพย์ระดับโลกและตัวชี้วัดสถานะของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ก็ได้ลดการถือครองลง 1% มาอยู่ที่ 9.399 แสนล้านดอลลาร์เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กรณีที่น่าสนใจที่สุดคือ จีน ซึ่งได้ตัดสินใจลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลงถึง 4% ภายในเดือนเดียว ทำให้ยอดคงเหลืออยู่ที่ 6.334 แสนล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 18 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2008 เท่านั้น แต่หากพิจารณาในระยะยาว จะพบว่าจีนได้ลดสัดส่วนการถือครองลงมาแล้วกว่า 50% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 2013

การเคลื่อนย้ายเงินทุน: จากตราสารหนี้สู่ตลาดหุ้น แม้ว่าความต้องการพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ภาคเอกชนของสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิในพันธบัตรเพียง 6.8 พันล้านดอลลาร์ (ลดลงจาก 5.66 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก่อน) แต่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีแรงดึงดูดนักลงทุนในส่วนของ ตลาดหุ้น

ข้อมูลระบุว่าในเดือนมิถุนายน มีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.814 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดรวมเงินทุนไหลเข้าสุทธิทั้งหมดของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงที่ 1.335 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าเดือนพฤษภาคมเล็กน้อย

ปรากฏการณ์ที่ต่างชาติแห่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะจากเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างญี่ปุ่นและจีน สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์การลงทุนในระดับมหภาค ท่ามกลางความผันผวนของตลาดตราสารหนี้โลก แม้ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ประเภทพันธบัตรจะดูลดน้อยลง แต่เม็ดเงินไหลเข้าที่ยังคงเติบโตในตลาดหุ้นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนกำลังแสวงหาผลตอบแทนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นแทนการถือครองหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ในระยะยาว สถานการณ์นี้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้บริหารทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...