จีนโตด้วย AI และการส่งออก แต่ภาคบริโภคยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ

/
/
/
จีนโตด้วย AI และการส่งออก แต่ภาคบริโภคยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ

จีนโตด้วย AI: การค้าระหว่างประเทศของจีนในเดือนมิถุนายน 2026 สร้างสถิติการเติบโตอย่างร้อนแรงและทะลุเป้าหมายที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยภาคการส่งออกขยายตัวสูงถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 

ในทิศทางเดียวกัน ภาคการนำเข้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 36% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 แต่ถึงแม้การนำเข้าจะพุ่งสูงขึ้น จีนก็ยังคงรักษาสถานะเกินดุลการค้าได้สูงถึง 125,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการเกินดุลรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์

เบื้องหลังความสำเร็จของตัวเลขการค้าที่พุ่งทะยานนี้ มาจากสองปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ อุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลต่ออุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ต่างพยายามกักตุนสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษีเพิ่มเติม 

โดยเฉพาะจากการสอบสวนตามมาตรา 301 ที่อัตราภาษี 10% กำลังจะหมดอายุในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ส่งผลให้อัตราค่าระวางขนส่งสินค้าทางเรือปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

หากพิจารณาเจาะลึกถึงกลุ่มประเทศคู่ค้า “อาเซียน” ได้กลายเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญสูงสุด โดยครองแชมป์เป้าหมายการส่งออกที่มีการขยายตัวมากที่สุดในโลก การส่งออกของจีนมายังภูมิภาคอาเซียนพุ่งขึ้นถึง 35%

 ขณะที่การนำเข้าจากอาเซียนก็โตถึง 27% รองลงมาคือสหภาพยุโรปที่การส่งออกขยายตัว 18.5% และสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัว 14% ความแข็งแกร่งของการค้านี้มาจากความพยายามเร่งส่งมอบสินค้าไปยังตลาดสำคัญอย่างอาเซียนและสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี แม้ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกจะดูสดใส แต่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญหน้ากับ “ความไม่สมดุล” ภายในประเทศอย่างหนัก การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบันพึ่งพาการลงทุนด้าน AI และภาคการส่งออกเป็นหลัก ในขณะที่ภาคการบริโภคและการลงทุนของเอกชนภายในประเทศกลับอยู่ในภาวะอ่อนแอ 

ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซายาวนานและความผันผวนของราคาพลังงานโลก ทั้งนี้ ความตื่นตัวเรื่อง AI ยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง เห็นได้จากการส่งออกแผงวงจรรวม (IC) ที่พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าไปสู่ระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงถึง 41% แตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบทศวรรษ

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการส่งออกของจีนจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ แต่อาจแลกมาด้วยความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นกับประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะสหภาพยุโรป 

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจีดีพีของจีนในไตรมาสที่ 2 อาจชะลอตัวลงเหลือ 4.5% จากเดิมที่ 5% ในไตรมาสแรก ขณะนี้นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาการประชุมโปลิตบูโรที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบาย ทว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจจะยังไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ตราบใดที่ภาคการส่งออกยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital