จีนคุมเข้ม ปมส่งออกสินค้าสองทาง เพิ่ม 40 หน่วยงานญี่ปุ่นเข้าบัญชีดำ

/
/
/
จีนคุมเข้ม ปมส่งออกสินค้าสองทาง เพิ่ม 40 หน่วยงานญี่ปุ่นเข้าบัญชีดำ

จีนคุมเข้ม: สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับใหม่ เมื่อกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศขยายมาตรการควบคุมการส่งออกครั้งใหญ่ โดยการขึ้น “บัญชีดำ” หน่วยงานและบริษัทของญี่ปุ่นเพิ่มอีก 40 แห่ง

มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่สถาบันวิจัยด้านกลาโหมและบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตยุทโธปกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจำกัดการเข้าถึง “สินค้าประเภทใช้ได้สองทาง” (Dual-use goods) ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพลเรือนและการทหาร

ในรายละเอียดของการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้ จีนได้แบ่งกลุ่มหน่วยงานออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ “บัญชีควบคุมการส่งออก” จำนวน 20 แห่ง ซึ่งครอบคลุมสถาบันวิจัยระบบการรบทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนหน่วยงานภายใต้บริษัท Mitsubishi Electric และ Mitsubishi Heavy Industries มาตรการนี้ส่งผลให้ผู้ส่งออกภายในจีน รวมถึงนิติบุคคลและบุคคลต่างชาติในจีน ต้องยุติการส่งมอบหรือถ่ายโอนสินค้าและเทคโนโลยีแก่หน่วยงานเหล่านี้โดยทันที 

ส่วนที่สองคือ “บัญชีเฝ้าระวัง” อีก 20 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทต่อเรือ Mitsui E&S, บริษัทโดรน Terra Drone, บริษัทแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และ OKI Electric โดยการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาตและวัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง (End-use) อย่างเข้มงวดที่สุด

รากฐานสำคัญของการตอบโต้ครั้งนี้มาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ต่อกรณีไต้หวัน จีนระบุว่านี่เป็นการตอบโต้คำกล่าวของผู้นำญี่ปุ่นที่ระบุว่าอาจใช้กำลังทหารหากเกิดการโจมตีไต้หวัน 

ซึ่งปักกิ่งมองว่าเป็นการส่งเสริม “ลัทธิทหารแบบใหม่” (New-style militarism) มาตรการล่าสุดนี้จึงถือเป็นการยกระดับจากการคว่ำบาตรที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2026 ซึ่งเคยพุ่งเป้าไปที่บริษัทอย่าง Subaru, TDK และ Kawasaki Heavy Industries มาก่อนหน้า

แม้โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนจะยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าปกติ และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง “ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวล” แต่ปฏิกิริยาจากตลาดทุนกลับมีความผันผวน โดยพบว่าราคาหุ้นของบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีมีความเคลื่อนไหวที่ผสมผสานกัน เช่น หุ้น Mitsubishi Electric ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 

ขณะที่ Mitsubishi Heavy Industries กลับปรับตัวเพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวของจีนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจน เพื่อเตือนให้ญี่ปุ่นทบทวนเส้นทางนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศของตนเอง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital