ค่าเงินบาท: สถานการณ์ค่าเงินบาทไทย ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ระดับ 33.53 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์
สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) และหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 10% โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้นสู่ระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังจากสหรัฐฯ ประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลอิหร่านเพื่อสร้างแรงกดดันเพิ่มเติม
การพุ่งขึ้นของต้นทุนพลังงานนี้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางหลัก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะมีโอกาสเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 70%
ผลกระทบดังกล่าวกระจายวงกว้างไปยังสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยพบว่าราคาทองคำปรับตัวลดลงจนหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นสไตล์ Growth ถูกเทขายอย่างหนัก
ในส่วนของไทยเอง นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มขายสินทรัพย์ไทยออกเพื่อลดความเสี่ยง แม้ว่าอาจจะมีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่อาจช่วยลดทอนแรงขายในตลาดหุ้นได้บ้างก็ตาม
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น นักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 33.35-33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงต่อเนื่องหรือเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง (Two-way risk) ขึ้นอยู่กับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ CPI ที่จะประกาศในคืนนี้
นอกจากนี้ยังต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งมักส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้นด้วย ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงเช่นนี้ ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรพิจารณาใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






