การค้าจีนพุ่งแรง: การค้าของประเทศจีนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้สร้างสถิติการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์ โดยการส่งออกของจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ร้อนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 และสูงกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ที่ 18.2% อย่างมาก
ในขณะเดียวกัน การนำเข้าก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 36% ซึ่งเป็นสถิติการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 อย่างไรก็ตาม แม้การนำเข้าจะพุ่งสูงขึ้น แต่จีนก็ยังคงรักษาระดับการเกินดุลการค้าได้สูงถึง 125,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเกินดุลรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในครั้งนี้คือ อุปสงค์ทั่วโลกต่อฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่กลุ่มผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาต่างเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อกักตุน ก่อนที่จะมีการบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีเพิ่มเติมตามมาตรา 301 ของโดนัลด์ ทรัมป์
นอกจากนี้ กระแสการลงทุนด้าน AI ยังส่งผลดีอย่างยิ่งยวด โดยช่วยดันให้การส่งออกแผงวงจรรวม (IC) ของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าไปแตะระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ “อาเซียน” ได้ก้าวขึ้นเป็นแชมป์เป้าหมายการนำเข้าสินค้าจากจีนที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุดในโลก โดยตัวเลขการส่งออกของจีนไปยังอาเซียนทะยานขึ้นถึง 35%
ขณะที่การนำเข้าจากอาเซียนขยายตัวที่ 27% รองลงมาคือการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น 18.5% และสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น 14% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งจากการเร่งส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ
แม้ภาพรวมการค้าต่างประเทศจะดูสดใส แต่เศรษฐกิจจีนยังคงต้องเผชิญกับปัญหา “ความไม่สมดุล” ภายในประเทศอย่างหนัก ในขณะที่ภาคการผลิตเพื่อการส่งออกเติบโตอย่างโดดเด่น การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนกลับอยู่ในสภาวะอ่อนแอ
ซึ่งเป็นผลกระทบลูกโซ่มาจากวิกฤตความซบเซาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ สัญญาณความชะลอตัวในประเทศยังสะท้อนผ่านตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงถึง 41% สู่ระดับ 29.3 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบทศวรรษ
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าการส่งออกของจีนจะยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอาจส่งผลให้ความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศคู่ค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป จนนำมาสู่การตั้งเป้าหมายเจรจาเพื่อปรับสมดุลการค้าร่วมกันให้เห็นผลภายในเดือนตุลาคมนี้
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองการประชุมโปลิตบูโรในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อค้นหาสัญญาณของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่ารัฐบาลปักกิ่งอาจชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่
เนื่องจากภาคการส่งออกยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแข็งแกร่ง และรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกินเพื่อรับมือกับภาวะเงินฝืดมากกว่า
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






