เดิมพันอนาคตไทย: คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) ได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีระดับโลก โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่รวม 2,498 ล้านบาท (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) ให้กับโครงการทั้งหมด 48 โครงการ
เป้าหมายหลักของการลงทุนครั้งนี้คือการยกระดับผู้ประกอบการไทยผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และการผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม
การสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 มาตรการหลักที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน ได้แก่
1. มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation) ที่ประชุมได้อนุมัติวงเงินสนับสนุนจำนวน 1,033 ล้านบาท สำหรับส่งเสริมบริษัทไทยจำนวน 17 โครงการ
โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น การเกษตร การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หัวใจสำคัญของโครงการเหล่านี้คือการนำนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ เช่น การเปลี่ยนสายการผลิตให้เป็น Smart Factory
โดยใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาประยุกต์ใช้วิเคราะห์กระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์เพื่อลดของเสีย รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง เช่น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้ และอุปกรณ์การแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง ตลอดจนการยกระดับโรงงานสู่ระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2. มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) บีโอไอได้อนุมัติวงเงิน 1,465 ล้านบาท สำหรับ 31 โครงการที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานฝึกอบรมต่างๆ เพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 49,300 คน ซึ่งเมื่อนับรวมกับโครงการที่เคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้ จะสามารถสร้างบุคลากรทักษะสูงได้ครอบคลุมถึง 66,500 คน จากรวมทั้งสิ้น 35 โครงการ
การฝึกอบรมจะเจาะลึกไปที่ทักษะแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีดิจิทัล (AI, Cloud Computing), การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่, หุ่นยนต์อุตสาหกรรม, การเกษตรแม่นยำ รวมถึงนวัตกรรมทางชีวการแพทย์
นอกเหนือจาก 2 มาตรการหลักแล้ว บีโอไอยังให้การสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูงทางด้าน Deep Tech โดยอนุมัติโครงการวิจัยและพัฒนาวัสดุนาโนขั้นสูงอย่าง “คาร์บอนควอนตัมดอท” (CQDs)
ซึ่งเป็นการนำเศษวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ และส่งเสริมการเติบโตของประเทศด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียนในระยะยาว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า บีโอไอไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มสามารถยืนหยัดและแข่งขันในกติกาการค้าระดับโลกได้
ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้แรงงานไทย เพื่อให้บุคลากรของชาติสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงานที่มีคุณค่าและสร้างรายได้สูงขึ้นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต่อไป
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







