เอลนีโญฟาดสวนไทย: นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้เปิดเผยข้อมูลคาดการณ์สถานการณ์การผลิตและราคาของลำไยและลิ้นจี่ประจำปี 2569 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศหรือปรากฏการณ์เอลนีโญ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ
โดยตรงต่อผลผลิตในปีนี้ คือสภาพอากาศในช่วงชักนำการออกดอก ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่มีความหนาวเย็นอย่างไม่ต่อเนื่องและสลับกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ภาวะดังกล่าวส่งผลให้การออกดอกของต้นไม้ไม่สม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ยังเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งในช่วงที่ต้นไม้เริ่มติดผล รวมถึงปัจจัยเสริมจากการที่เกษตรกรบางส่วนตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกและโค่นต้นไม้ที่มีอายุมากและให้ผลผลิตต่ำทิ้งไป
สำหรับสถานการณ์ของผลผลิตลำไยในปี 2569 สศก. คาดการณ์ว่าจะมีเนื้อที่ให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศประมาณ 1.61 ล้านไร่ ซึ่งลดลงร้อยละ 1.27 ส่งผลให้ผลผลิตรวมทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 1.40 ล้านตัน หรือลดลงราวร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 867 กิโลกรัม ลดลงร้อยละ 7.57 แหล่งผลิตหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยคาดว่าผลผลิตลำไยจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ ถึงประมาณ 340,000 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 24.29 ของผลผลิตตลอดทั้งปี
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ของผลผลิตลิ้นจี่ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักและน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า โดยมีเนื้อที่ให้ผลรวมลดลงเหลือประมาณ 77,000 ไร่ และผลผลิตรวมคาดว่าจะลดลงดิ่งหนักถึงร้อยละ 39 เหลือเพียงประมาณ 22,000 ตันเท่านั้น
ผลผลิตลิ้นจี่ต่อไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 285 กิโลกรัม ซึ่งลดลงถึงร้อยละ 37.91 ผลผลิตส่วนใหญ่จะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคมประมาณ 12,800 ตัน และต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายนอีกประมาณ 8,000 ตัน โดยเฉพาะสายพันธุ์สำคัญอย่าง ฮงฮวย จักรพรรดิค่อม และนครพนม 1
ผลผลิตที่ขาดแคลนในตลาดส่งผลให้ราคาผลไม้ทั้งสองชนิดปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569 ระบุว่า ราคาลำไยสดทั้งช่อที่เกษตรกรสามารถขายได้หน้าสวนอยู่ที่ 21.50–25.75 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยอยู่ที่ 20.50–22.00 บาทต่อกิโลกรัม และลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนมีราคาสูงถึง 50–80 บาทต่อกิโลกรัม ตามชั้นคุณภาพ
เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้งัด 3 แผนหลักในการบริหารจัดการซัพพลายเชน ได้แก่
1) การป้องกันและกำกับคุณภาพมาตรฐาน
2) การส่งเสริมผลิตภาพด้วยมาตรฐาน GAP
3) การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาดเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตไปสู่ห้างค้าปลีกและช่องทางออนไลน์
ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการในการวางแผนรับมือกับปริมาณผลผลิตในขณะที่ สศก. จะยังคงติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเกิดภาวะแห้งแล้งเพิ่มเติมอาจทำให้ผลผลิตลดต่ำลงไปอีกได้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







