สิงคโปร์: ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากชนวนเหตุของ สงครามอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก
ในโลกของการเงิน “ความกลัว” ไม่ได้ทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบ แต่เป็นการย้ายฐานที่มั่นจากพื้นที่เสี่ยงอย่าง “ดูไบ” เข้าสู่ดินแดนที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงกว่าอย่าง “สิงคโปร์” ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์ถ่วงใหม่ของระบบการเงินในเอเชีย
จุดเปลี่ยนของโมเดลธุรกิจธนาคารสิงคโปร์ การไหลเข้าของเงินทุนมหาเศรษฐีในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ DBS, OCBC และ UOB กำลังเผชิญกับความท้าทายจากผลกำไรที่ลดลงในปี 2025 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจสินเชื่อแบบดั้งเดิมเริ่มชะลอตัวลงตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ธนาคารต้องปรับยุทธศาสตร์จากการพึ่งพา “รายได้ดอกเบี้ย” ไปสู่ “ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง” (Wealth Management) เพื่อสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมแทน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่ OCBC จัดตั้งคณะกรรมการความมั่งคั่งขึ้นมาดูแลระดับกลุ่ม และการที่ DBS สามารถดึงเม็ดเงินสินทรัพย์ใหม่สุทธิเข้าสู่ระบบได้สูงถึง 39,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2025
ทำไมต้องเป็นสิงคโปร์ ? นักลงทุนในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียง “ผลตอบแทนสูงสุด” แต่กำลังมองหา “ความแน่นอนสูงสุด” ซึ่งสิงคโปร์ตอบโจทย์ด้วยปัจจัยหลายประการ ดังนี้:
1. เสถียรภาพเชิงนโยบาย: มีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็งและโปร่งใส
2. ความพร้อมของระบบ: เป็นศูนย์กลางการเงินที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับสินทรัพย์ระดับโลกอยู่แล้ว
3. การบริหารความมั่งคั่งข้ามรุ่น: ธนาคารสิงคโปร์เน้นการสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครอบครัวมหาเศรษฐี เพื่อรักษาและส่งต่อมรดกข้ามรุ่น ไม่ใช่เพียงแค่การฝากหรือกู้เงิน
ความท้าทายภายใต้โอกาส อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะในครั้งนี้ยังคงมีข้อควรระวัง ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารระบุว่าการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งมักเกิดขึ้นแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมายและโครงสร้างภาษีที่ซับซ้อน ไม่ได้ทะลักเข้ามาเพียงชั่วข้ามคืน
นอกจากนี้ สงครามที่เกิดขึ้นยังเป็นดาบสองคม เพราะอาจซ้ำเติมเงินเฟ้อและทำร้ายเศรษฐกิจจริง จนส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อลดลง ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวมของธนาคารได้
สิงคโปร์กำลังสะสมแต้มต่อในฐานะ “เมืองหลวงของเงินทุนที่ต้องการความปลอดภัย” ในวันที่โลกเต็มไปด้วยสงครามและความไม่แน่นอน แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่การปรับโครงสร้างรายได้สู่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งจะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ภาคการเงินสิงคโปร์โดดเด่นท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






