สหรัฐฯ งัดภาษี 25% เล่นงานบราซิล สัญญาณสงครามการค้าโลกกลับมา

/
/
/
สหรัฐฯ งัดภาษี 25% เล่นงานบราซิล สัญญาณสงครามการค้าโลกกลับมา

สหรัฐฯ งัดภาษี 25%: สหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการทางการค้าระลอกใหม่ที่สร้างความตึงเครียดอย่างมาก โดยประกาศเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากประเทศบราซิลในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางการสหรัฐฯ ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ภายใต้ข้อกำหนดมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับแรงงานและภาคธุรกิจของสหรัฐฯ

สาเหตุหลักและข้อยกเว้นของมาตรการภาษี การงัดเอามาตรา 301 มาใช้ในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การตอบโต้นโยบายหลายประการของบราซิลที่สหรัฐฯ มองว่าเป็น “แนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม” 

ข้อกล่าวหาที่สำคัญประกอบไปด้วย การที่รัฐบาลบราซิลมีคำสั่งให้บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน ได้แก่ X, Meta และ Google ต้องทำการลบเนื้อหาทางการเมืองบางส่วน และระงับบัญชีของผู้ใช้งานที่เป็นผู้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ 

นอกจากประเด็นด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังมีข้อพิพาทเรื่องการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีแก่ประเทศเม็กซิโกและอินเดีย การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงการสร้างอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดเอทานอล 

อย่างไรก็ตาม สินค้าบางประเภทของบราซิลได้รับการยกเว้นจากภาษี 25% ในรอบนี้ ได้แก่ เนื้อวัว น้ำส้ม เครื่องบินและชิ้นส่วน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน

ปฏิกิริยาตอบโต้และการดำเนินการของบราซิล ทันทีที่มีการประกาศดังกล่าว ประธานาธิบดี ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ได้ออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุอย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นไม่มีมูลความจริงและถือเป็นมาตรการฝ่ายเดียวที่ไม่มีเหตุผลชอบธรรม 

พร้อมทั้งประกาศเตรียมใช้มาตรการตอบโต้กลับและจะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) ผู้นำบราซิลยังได้ยกตัวเลขสถิติอ้างอิงจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงว่า แท้จริงแล้วสหรัฐฯ เป็นฝ่ายที่ได้เปรียบดุลการค้าสินค้าและบริการจากบราซิลสะสมรวมถึง 424,500 ล้านดอลลาร์ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และในปีที่แล้วเพียงปีเดียว สหรัฐฯ ก็เกินดุลบราซิลไปถึง 14,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อนหน้า

เบื้องหลังทางการเมืองและการสอบสวนที่ยังดำเนินอยู่ จุดเริ่มต้นของการกลับมาเก็บภาษีสืบเนื่องมาจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal tariffs) อัตรา 50% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เหลือเพียงอัตราภาษีทั่วโลก 10% ส่งผลให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามรื้อฟื้นอำนาจดังกล่าวผ่านการเปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 

ซึ่งเปิดทางให้สามารถเรียกเก็บภาษีประเทศที่ปฏิบัติการค้าไม่เป็นธรรมได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา นอกเหนือจากนี้ สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน ซึ่งอาจบานปลายไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 12.5% ในสัปดาห์หน้า

ข้อพิพาทระดับประเทศนี้ยังได้ลุกลามเข้าสู่ประเด็นการเมืองภายในของบราซิลก่อนถึงกำหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนตุลาคม โดยประธานาธิบดีลูลาได้กล่าวหาว่า ฟลาวิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภาและบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจเรียกเก็บภาษีในครั้งนี้ 

หลังจากที่เขาเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน สถานการณ์ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากการเจรจาหลายเดือนที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital