ศิลปะและรถโบราณ: ในปัจจุบัน ภาครัฐของไทยกำลังมีแนวคิดผลักดันมาตรการทางภาษีรูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยหนึ่งในนโยบายที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อ “ผลงานศิลปะ” และ “รถโบราณ” มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
มาตรการนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อลดภาระทางภาษีให้แก่บุคคลบางกลุ่มเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการลงทุนสินทรัพย์เชิงวัฒนธรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดของสะสมในประเทศไทย
การลดหย่อนภาษี “ตามจริง” ภายใต้มาตรการนี้ หมายถึงผู้เสียภาษีสามารถนำยอดเงินที่ใช้ซื้อสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีธุรกิจได้ ภายในวงเงินหรือเงื่อนไขที่หน่วยงานรัฐกำหนด ตัวอย่างเช่น หากเป็นการซื้อผลงานศิลปะ จะต้องซื้อจากศิลปินหรือแกลเลอรีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและมีเอกสารครบถ้วน
ส่วนในกรณีของรถโบราณ จะต้องเป็นรถที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลมองว่ามาตรการนี้จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจซ่อมบำรุง การจัดแสดง และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรถโบราณด้วย
กลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้มีหลากหลายกลุ่ม อาทิ ผู้มีรายได้สูง ที่ต้องการวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ นักสะสม ที่จะมีแรงจูงใจในการลงทุนในงานศิลปะและรถคลาสสิกมากขึ้น ตลอดจน ศิลปินและผู้ประกอบการแกลเลอรี ที่จะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของตลาดและการจ้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เสียภาษีต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่อง “เอกสารหลักฐาน” เนื่องจากต้องสามารถพิสูจน์ที่มาของรายการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน เอกสารที่จำเป็นต้องมี ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย หลักฐานการโอนเงิน และหนังสือรับรองผลงานหรือการจดทะเบียนที่ถูกต้อง หากเอกสารไม่ครบถ้วนอาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังและไม่สามารถใช้สิทธิได้
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงความเสี่ยงควบคู่ไปกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เนื่องจากมูลค่าของงานศิลปะและรถโบราณมี ความผันผวน ตามความนิยมและสภาพเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมี ต้นทุนในการดูแลรักษา ที่ค่อนข้างสูง และอาจมีเงื่อนไขเรื่อง ระยะเวลาการถือครอง ที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ในภายหลัง โดยสรุปแล้ว มาตรการนี้ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่น่าจับตาในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมของไทยให้คึกคักยิ่งขึ้นในระยะยาว
โดยสรุปแล้ว มาตรการนี้ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่น่าจับตาในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมของไทยให้คึกคักยิ่งขึ้นในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







