วิกฤติครั้งใหม่ของอาเซียน: ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับมรสุมทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบและระบบขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ
แม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจภาพรวมอย่างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และการเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะยังดูแข็งแกร่ง แต่ในความเป็นจริงกลับมีสัญญาณวิกฤตที่น่ากังวลจากการปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการเลิกจ้างงานที่แผ่ขยายไปทั่วภูมิภาค
สถานการณ์ใน มาเลเซีย สะท้อนภาพความย้อนแย้งนี้ได้อย่างชัดเจน โดยยอดการส่งออกที่เติบโตได้บดบังความตึงเครียดขั้นรุนแรงในระดับจุลภาค โดยเฉพาะในเมืองมัวร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ มีโรงงานรายย่อยต้องปิดตัวลงแล้วกว่า 100 แห่ง เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นและการชะลอตัวของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศได้ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าผู้ผลิตในมาเลเซียเกือบ 30% เริ่มปรับลดหรือมีแผนจะเลิกจ้างพนักงานแล้ว
ในขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ กลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอาเซียน โดยมีการเลิกจ้างงานในภาคการผลิตไปแล้วกว่า 217,000 ตำแหน่ง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟิลิปปินส์เปราะบางกว่าประเทศเพื่อนบ้านคือ การขาดมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานจากภาครัฐ และโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับประโยชน์จากกระแสความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่กำลังช่วยพยุงยอดการส่งออกของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ทางด้าน เวียดนาม แม้การส่งออกจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ยอดสั่งซื้อใหม่เริ่มชะลอตัวลงจนเกือบหยุดนิ่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรองเท้าที่เผชิญภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” จากการต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นถึง 15-30% ในขณะที่สัญญาการส่งออกส่วนใหญ่ถูกทำไว้ล่วงหน้าในราคาคงที่
เช่นเดียวกับใน ไทย และ อินโดนีเซีย ที่ผู้ผลิตต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปลี่ยนมาใช้การขนส่งทางอากาศที่มีราคาแพงกว่าเดิมมาก เพื่อป้องกันไม่ให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักจากการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก
นักวิเคราะห์เตือนว่าภาวะวิกฤตนี้เปรียบเสมือน “ไฟที่ค่อย ๆ คุบไหม้” ซึ่งตัวเลข GDP อาจจับทิศทางไม่ได้ทันที หากสถานการณ์ด้านราคายังไม่คลี่คลาย อาเซียนอาจเผชิญกับ “โดมิโนเอฟเฟกต์” ที่รุนแรงขึ้นตั้งแต่สิ้นไตรมาสที่สองของปี 2026 เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่มีวัตถุดิบสำรองเหลือเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น
การปรับตัวเข้าหาพันธมิตรในท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์จากเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น ยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) จึงกลายเป็นทางออกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงเพื่อความอยู่รอดในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






