พันธบัตร SLB: ในปัจจุบันที่ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการพัฒนาอย่างยั่งยืนกลายเป็นวาระสำคัญ ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
ล่าสุด นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับการระดมทุนผ่านพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ซึ่งกระทรวงการคลังได้เริ่มระดมทุนมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยปัจจุบันพันธบัตรกลุ่มดังกล่าวมียอดคงค้างในระบบรวมกันทั้งสิ้นสูงถึง 230,139 ล้านบาท
กลไกที่สำคัญของการระดมทุนด้วยพันธบัตร SLB คือการเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดย สบน. มีเงื่อนไขที่ต้องจัดทำและเปิดเผยรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ภายในวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี
นอกจากนี้ยังต้องมีผู้สอบทานอิสระภายนอก (External Reviewer) เข้ามาตรวจสอบความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เพื่อให้สาธารณชนและผู้ลงทุนตรวจสอบได้จนกว่าจะถึงปีเป้าหมาย
สำหรับรายงานความก้าวหน้าของพันธบัตร SLB ประจำปี 2568 ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมีการสะท้อนผลลัพธ์ผ่าน 2 ตัวชี้วัดหลักที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
ประการแรก คือ ตัวชี้วัดด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายในการควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 388,500 กิโลตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ktCO2e) ภายในปี 2573 ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 จากระดับปกติ (Business as Usual)
ข้อมูลล่าสุดในปี 2565 ชี้ให้เห็นว่าไทยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 385,941.14 ktCO2e ซึ่งทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และความสำเร็จนี้ได้รับการรับรองความถูกต้องจากสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) อย่างเป็นทางการแล้ว
ประการที่สอง คือ ตัวชี้วัดด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะผลักดันยอดการจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEVs) หรือรถ EV ให้บรรลุเป้าหมายไม่น้อยกว่า 440,000 คัน ภายในปี 2573
จากความคืบหน้าล่าสุดในปี 2568 พบว่า ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนใหม่ของรถ EV (เฉพาะรถยนต์นั่งและรถกระบะ) จำนวนถึง 122,796 คัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เช่นเดียวกัน
นางจินดารัตน์ ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า สบน. จะยังคงเดินหน้าติดตามความก้าวหน้าของตัวชี้วัดเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดมั่นในการเปิดเผยข้อมูลตามหลักความโปร่งใสและมาตรฐานสากล
การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของไทย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ต่อไปในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






