ราคาทองคำปิดไตรมาส 2 ติดลบแรงสุดในรอบ 13 ปี กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

/
/
/
ราคาทองคำปิดไตรมาส 2 ติดลบแรงสุดในรอบ 13 ปี กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำปิดไตรมาส 2: ตลาดทองคำโลกกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ล่าสุดราคาทองคำปิดสิ้นไตรมาสที่ 2 ด้วยการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนปี 2013 หรือเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 13 ปี

การร่วงลงครั้งนี้ถือเป็นการปรับตัวลงรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2024 และหากพิจารณาเป็นรายเดือน ราคาทองคำได้ดิ่งลงติดต่อกันยาวนานถึง 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน) ซึ่งเป็นผลพวงความกังวลต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

ในส่วนของความเคลื่อนไหวทางราคา ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับตัวลดลง 1.1% มาอยู่ที่ระดับ 3,964.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่เคยแตะระดับ 3,942.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 

ขณะเดียวกัน สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ (COMEX) ของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมก็ปรับลดลง 1.5% มาอยู่ที่ 3,977.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยที่ตลาดยังมองไม่เห็นสัญญาณบวกที่จะเข้ามาช่วยพยุงราคาในขณะนี้

สาเหตุหลักที่กดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงอย่างหนัก มาจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงและห่างไกลจากเป้าหมายที่ระดับ 2% อิลยา สปิวัก หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคจากบริษัท Tastylive ชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ เป็นแรงกดดันสำคัญของตลาด 

เพราะโดยปกติแล้ว การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักจะส่งผลลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายังทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นและลดทอนความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ถือครองสกุลเงินอื่นอีกด้วย

นอกเหนือจากนโยบายการเงินแล้ว ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยง เอ็ดเวิร์ด เมียร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Marex ระบุว่า ตลาดยังคงขาดความมั่นใจว่า “ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว” ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีความยั่งยืนหรือไม่ 

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่เดินทางไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ยังได้เปิดเผยว่าจะไม่มีการหารือระดับสูงกับทางการอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดข้อสงสัยและไม่เห็นความคืบหน้าในการยุติสงครามอย่างถาวร

สำหรับทิศทางในระยะต่อไป ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 65% ที่เฟดจะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 

ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตารอคอยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจากรายงานของ ADP และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาใช้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดต่อไป ท่ามกลางภาวะที่แรงกดดันจากทั้งเงินเฟ้อและสงครามยังคงไม่คลี่คลาย

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital