จับตาเอลนีโญรอบใหม่: ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) กำลังจะกลับมาสร้างผลกระทบต่อประเทศไทยอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยระบบภูมิอากาศ (CCSR/IRI) ระบุว่ามีความน่าจะเป็นสูงถึง 72% ที่จะเริ่มเกิดขึ้นอย่างเต็มตัวตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยที่พุ่งสูงกว่าปกติ และปริมาณฝนที่มาล่าช้า ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินผลกระทบโดยอ้างอิงจากแบบจำลองวิกฤตในปีที่ผ่านมา พบว่าเอลนีโญส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตภาคการเกษตรที่ปรับลดลง ซึ่งอาจฉุดให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงราว 0.1-0.2%
ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 0.2-0.4% จากราคาอาหารที่แพงขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัย “แรงกดดันซ้ำเติม” จากต้นทุนราคาพลังงานและราคาปุ๋ยเคมีที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะยิ่งกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปีนี้ยังมีปัจจัยบรรเทาความรุนแรงอยู่บ้าง เนื่องจากปริมาณน้ำดิบสำรองในเขื่อนหลัก 5 แห่งของประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอและสูงกว่าค่าเฉลี่ยสะสม 15 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณน้ำฝนในปี 2568 ที่เพิ่มขึ้นถึง 16%
ข้อมูลนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านภัยแล้งในช่วงแรกยังเป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่หากปรากฏการณ์นี้ลากยาวเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อรายได้ของเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากได้ในระยะยาว
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน เพื่อรับมือกับสภาพอากาศดังกล่าว ทีมนักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย (KS Research) แนะนำให้เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากอากาศร้อน และหลีกเลี่ยงกลุ่มที่เปราะบางต่อต้นทุนเกษตร โดยหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่:
1. กลุ่มเครื่องดื่ม: เช่น ICHI ที่ยอดขายชาพร้อมดื่มมักเติบโตตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนเม็ดพลาสติก PET ที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ช่วยสนับสนุนกำไร
2. กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า: เช่น CPALL และ CPN ซึ่งได้รับประโยชน์จากผู้บริโภคที่หนีร้อนเข้ามาใช้บริการในร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ รวมถึงยอดขายสินค้าเครื่องดื่มดับร้อนที่เพิ่มขึ้น
ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในหุ้นกลุ่ม โรงไฟฟ้าพลังน้ำ อย่าง CKP เนื่องจากปริมาณน้ำที่น้อยลงจะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงหุ้นที่ใช้เครื่องจักรหรือวัตถุดิบทางการเกษตรสูง เช่น COCOCO ที่เสี่ยงจากราคามะพร้าวพุ่งสูง และ NEO ที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเมล็ดในปาล์ม
แม้ปริมาณน้ำต้นทุนจะช่วยลดความรุนแรงของภัยแล้งได้ส่วนหนึ่ง แต่การเตรียมความพร้อมและปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดรับกับความท้าทายจากเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนในการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






