จับตาดีลหยุดสงครามโลกสะเทือน สหรัฐฯ-อิหร่าน ยังรอคำตอบสุดท้าย

/
/
/
จับตาดีลหยุดสงครามโลกสะเทือน สหรัฐฯ-อิหร่าน ยังรอคำตอบสุดท้าย

จับตาดีลหยุดสงครามโลกสะเทือน: สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลากว่าสามเดือนระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าครั้งใหญ่ระดับโลก 

โดยระบุว่าทั้งสองประเทศอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และเตรียมที่จะลงนามร่วมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ณ ทวีปยุโรป ในการนี้ คาดการณ์ว่านาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเป็นตัวแทนในการลงนามข้อตกลงดังกล่าว

การประกาศเจตนารมณ์นี้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากกระบวนการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความก้าวหน้าไปมาก ทรัมป์ยังได้กล่าวอ้างว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศอิหร่าน ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงฉบับนี้แล้ว 

ซึ่งหากการลงนามในข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ในการยุติสงครามที่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันคน และยังเป็นสงครามที่ผลักดันให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สำหรับประเด็นด้านเงื่อนไขและข้อเรียกร้องที่สำคัญ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเน้นย้ำจุดยืนเดิมอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงใดๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องมีการรับประกันว่า อิหร่านจะต้องไม่พัฒนา หรือจัดหาและซื้ออาวุธนิวเคลียร์มาครอบครองโดยเด็ดขาด 

ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านได้ยื่นข้อเรียกร้องหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ การขอให้ปล่อยสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ ตลอดจนการเรียกร้องให้สหรัฐฯ และนานาชาติยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเข้าควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายสหรัฐฯ จะแสดงความมั่นใจอย่างมาก แต่ทางนายเอสมาอิล บาแกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาแถลงชี้แจงว่า แม้เนื้อหาของการเจรจาส่วนใหญ่จะได้ข้อสรุปแล้ว 

แต่ทางอิหร่านยังไม่ได้มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย และองค์กรที่เกี่ยวข้องของอิหร่านยังคงกำลังอยู่ระหว่างการทบทวนรายละเอียดของข้อตกลงอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้เน้นย้ำว่าจะไม่ยอมถอยจากเส้นตายที่ได้กำหนดไว้

แม้ว่าข้อตกลงนี้จะยังมีสถานะเป็นเพียง “บันทึกความเข้าใจที่แข็งแกร่งมาก” หรือเป็นแค่ “แนวคิด” ในปัจจุบัน แต่สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาครั้งนี้ได้ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโลกในทันที ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นไปกว่า 900 จุด ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก็ปรับตัวขึ้นถึง 8% 

โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิป ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบโลกได้ปรับตัวลดลงเพื่อตอบรับข่าวการเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้การขนส่งทางทะเลกลับมาสู่ภาวะปกติ 

โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสลดลงมาอยู่ที่ 90.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมาอยู่ที่ 93.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาทองคำโลกที่ร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จนเข้าใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์

บทสรุปของสงครามครั้งใหญ่นี้ยังคงต้องรอการติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงสุดสัปดาห์ ว่าโลกจะได้เห็นภาพการจับมือเพื่อสร้างสันติภาพอย่างเป็นทางการ หรือจะเป็นเพียงแค่แนวคิดที่ต้องรอการเจรจากันต่อไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital