คลังชูแผนกู้รายเดือน: กระทรวงการคลังได้เปิดเผยความคืบหน้าและแผนการบริหารจัดการแหล่งเงินทุน เพื่อรองรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
ซึ่งดำเนินการภายใต้พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยโครงการนี้เตรียมพร้อมที่จะเริ่มทยอยจ่ายเงินให้กับประชาชนในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ล่าสุดพบว่ามีผู้ที่ผ่านการตรวจสิทธิลงทะเบียนใหม่ในโครงการดังกล่าวแล้วจำนวนถึง 5.7 ล้านราย
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงรายละเอียดว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้เตรียมแผนการบริหารจัดการเงินกู้ไว้อย่างรัดกุม โดยมีกรอบวงเงินสูงสุดที่เตรียมไว้จำนวน 175,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไม่ได้ทำการกู้เงินเต็มจำนวนในคราวเดียว แต่จะประเมินการกู้จริงให้สอดคล้องกับยอดผู้ที่ได้รับสิทธิและความต้องการใช้จ่ายจริงในแต่ละเดือนเป็นหลัก
กลยุทธ์สำคัญที่ สบน. นำมาใช้คือ การประเมินจังหวะการจ่ายเงินตั้งแต่เดือนแรก โดยหลีกเลี่ยงการกู้เงินก้อนใหญ่สำหรับระยะเวลา 4 เดือนมากองรวมกันไว้ล่วงหน้า แต่จะใช้วิธีแบ่งการกู้เงินออกเป็นรายเดือน รวมทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้เม็ดเงินที่กู้เข้ามามีความสอดคล้องและพอดีกับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายออกไปให้ได้มากที่สุด การกู้เงินแบบเดือนต่อเดือนนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น
ในส่วนของรายละเอียดการจัดการหนี้นั้น นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สบน. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สบน. จะทยอยกู้ตามแผนการใช้เงินที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินเอาไว้ โดยการระดมทุนในล็อตแรกจะมีวงเงินอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท เครื่องมือทางการเงินที่จะนำมาใช้ในระยะเริ่มต้นนี้ จะเน้นไปที่การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน (Bridge Financing)
ซึ่งประกอบไปด้วยตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note หรือ P/N) และสัญญาเงินกู้ (Term Loan) ที่มีอายุ 4 ปี ขณะนี้ สบน. ได้เริ่มเปิดประมูลและอยู่ระหว่างรอให้สถาบันการเงินเข้ามายื่นข้อเสนอแล้ว ก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้เหล่านี้ไปเป็นพันธบัตรระยะยาว (Bond) ในอนาคตต่อไป
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการกู้เงินในครั้งนี้คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการระดมทุนของภาครัฐ คาดการณ์ว่าต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดโครงการจะไม่เกิน 2% ทำให้ สบน. คลายความกังวลในเรื่องภาระดอกเบี้ยจากโครงการนี้ไปได้มาก
จุดเด่นของการระดมทุนในล็อตแรกจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาทนี้คือ ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำมาก โดยเมื่อคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของไทย (THOR) บวกด้วยส่วนต่าง (Spread) แล้ว อัตราดอกเบี้ยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.2% เท่านั้น
โดยสรุป แผนการกู้เงินเพื่อสนับสนุนโครงการไทยช่วยไทยพลัส สะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนทางการเงินของภาครัฐที่เน้นความรอบคอบและรัดกุม มีการปรับตัวให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์การใช้จ่ายจริง และมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดต่อการบริหารงบประมาณของประเทศ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






