ถอดบทเรียนคนทำงาน : ทำไมความสำเร็จที่แท้จริงถึงไม่ใช่แค่ตัวเลข

/
/
/
/
ถอดบทเรียนคนทำงาน : ทำไมความสำเร็จที่แท้จริงถึงไม่ใช่แค่ตัวเลข

ถอดบทเรียนคนทำงาน : หลายคนมักตั้งคำถามว่า “ความสำเร็จในชีวิตการทำงานวัดจากอะไร ?” หากมองแบบผิวเผิน คำตอบแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น “เงินเดือน” หรือ “ตัวเลขรายได้” ที่สูงลิ่ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเราเดินทางบนเส้นทางอาชีพไปได้สักระยะ เราจะพบว่าความสำเร็จที่ฉาบฉวยมักมาพร้อมกับความเหนื่อยล้า แต่ ความสำเร็จที่ยั่งยืน นั้น ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ มุมมองที่กว้างไกล การวางแผนที่รัดกุม และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 4 แนวคิดสำคัญที่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์จริงของ คุณเบน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เป็นเข็มทิศในการสร้างความเติบโตในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใดของชีวิตการทำงานก็ตาม

1. การตัดสินใจต้องรอบด้าน และ “ที่ปรึกษา” ต้องเลือกให้ถูกคน
บทเรียนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือ “การตัดสินใจ” คุณเบนได้เล่าถึงประสบการณ์ในอดีตช่วงวัย 20 ปี ที่เขาเคยตัดสินใจเลือก “ความรัก” และปฏิเสธ “โอกาสในการทำงานเติบโต” ที่ประเทศสิงคโปร์ แม้ในวันนี้เขาจะไม่ได้รู้สึกเสียใจกับทางเลือกนั้น แต่สิ่งที่เป็นบทเรียนล้ำค่าคือ การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตไม่ควรขับเคลื่อนด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว

การตัดสินใจที่ดีควรตั้งอยู่บนรากฐานของ “ข้อมูล” และ “การวิเคราะห์ที่ถี่ถ้วน” เราต้องมองให้ออกว่าแต่ละทางเลือกจะนำพาเราไปสู่ผลลัพธ์แบบใด มีความเสี่ยงอะไรที่ต้องแบกรับ และนอกจากการวิเคราะห์ด้วยตัวเองแล้ว “การเลือกที่ปรึกษา” ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ชี้ชะตาชีวิตได้

อย่าปรึกษาผิดคน: หากคุณต้องการความสำเร็จในด้านใด คุณต้องเดินเข้าไปปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์และผ่านความสำเร็จในด้านนั้นมาแล้วโดยตรง

มองข้ามคนระดับเดียวกันเมื่อต้องการวิสัยทัศน์: การปรึกษาเพื่อนร่วมงานในระดับเดียวกันอาจได้ความสบายใจ แต่การปรึกษาผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน จะช่วยให้คุณได้มุมมองที่กว้าง ลุ่มลึก และเห็นภาพรวมที่ชัดเจนกว่าเสมอ

2. ความสำเร็จที่แท้จริงต้อง “กลม” ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย
ในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะในบทบาทของผู้นำ หลายองค์กรหลงลืมไปว่า “ตัวเลข” ไม่ใช่ทุกอย่างของความสำเร็จ คุณเบนได้แชร์ประสบการณ์สุดคลาสสิกสมัยที่เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย เขาเคยสร้างทีมที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้าอย่างยอดเยี่ยม แต่เบื้องหลังตัวเลขที่สวยงามนั้น สภาพแวดล้อมในทีมกลับเต็มไปด้วยการแข่งขันที่เกินพอดี ความขัดแย้ง และการแย่งชิงผลงาน

บทเรียนนี้ทำให้เขาต้องปรับแนวคิดใหม่ว่า ความสำเร็จที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความสุข และความกลมเกลียวของคนในทีม

ทฤษฎี 98% ที่ยั่งยืน: การตั้งเป้าหมายความสำเร็จที่ระดับ 98% แต่ทุกคนในทีมมีความสุข ทำงานเข้าขากัน และมีสุขภาพจิตที่ดี ย่อมส่งผลดีในระยะยาวมากกว่าการดันทุรังเอาความสำเร็จ 100% แต่ทีมงานแตกแยกและเต็มไปด้วยปัญหา

ศิลปะแห่งการประสานงาน: ยิ่งคุณก้าวขึ้นสู่ระดับบริหาร ทักษะที่จำเป็นที่สุดไม่ใช่การทำให้ทีมตัวเองเด่นที่สุด แต่คือความสามารถในการ “ประสานงาน” ให้ทุกแผนกทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ เพื่อเป้าหมายสูงสุดขององค์กร

3. วัย 35+ อย่าติดกับดักการเติบโตแค่ “แนวตั้ง” (Vertical Growth)
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 35 ปีขึ้นไป มนุษย์เงินเดือนหลายคนมักเผชิญกับภาวะวิกฤตวัยกลางคนในสายอาชีพ (Mid-career Crisis) เริ่มกังวลกับทางตัน กังวลว่าจะเปลี่ยนสายงานได้หรือไม่ หรือจะแข่งขันกับเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างไร

คุณเบนชี้ให้เห็นว่า การเติบโตไม่จำเป็นต้องไต่บันไดขึ้นไปในสายงานเดิมเสมอไป (Vertical Growth) แต่เราสามารถสร้าง การเติบโตในแนวขวาง (Lateral/Horizontal Growth) ได้

ทักษะที่เคลื่อนย้ายได้ (Transferable Skills): คือการนำทักษะและความเชี่ยวชาญเดิมที่คุณมี ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเติบโต หรือขยับขยายบทบาทให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก

ตัวอย่างการเติบโตแนวขวาง: เช่น การย้ายจากการเป็นเซลส์ในอุตสาหกรรมดั้งเดิม ไปเป็นเซลส์ในบริษัทเทคโนโลยี หรือการนำทักษะด้านการตลาด (Marketing) ไปต่อยอดในสายงาน E-commerce ที่กำลังบูม

เก่งจริง อยู่ที่ไหนก็รอด: กุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรยังคงอ้าแขนรับคุณไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร คือ “ผลงานที่พิสูจน์ได้จริง” และความสามารถในการปรับตัวนั่นเอง

4. วัย 40+ ต้อง “โตให้สมวัย” ก้าวสู่บทบาทผู้บริหารอย่างแท้จริง
ช่วงวัย 40+ เป็นช่วงที่ตลาดแรงงานจะเริ่มคัดกรองอย่างเข้มข้น ความท้าทายสูงสุดของคนวัยนี้คือ การสลัดภาพลักษณ์ของ “นักปฏิบัติงานที่เก่งเฉพาะด้าน” (Specialist/Doer) ทิ้งไป และสวมหมวกของการเป็น “ผู้บริหาร” (Management/Leader) อย่างเต็มตัว

ทักษะที่สูงขึ้น: องค์กรคาดหวังให้คนวัยนี้สามารถบริหารจัดการทีมงานขนาดใหญ่ได้ มีความเข้าใจในการบริหารงบประมาณ และที่สำคัญคือต้องสามารถรับผิดชอบในระดับ กำไร-ขาดทุน (P&L – Profit and Loss) ของแผนกหรือบริษัทได้

ภูมิคุ้มกันการเลิกจ้าง: หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่า คุณมีกึ๋นในการบริหารคน มีศิลปะในการจัดการทรัพยากรให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด และสร้างเม็ดเงินให้องค์กรได้ ต่อให้อายุของคุณจะเพิ่มขึ้น หรือเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงที่มีการเลิกจ้าง (Layoff) บุคคลระดับนี้ก็ยังคงเป็น “ของแรร์” ที่ตลาดแรงงานต้องการตัวอยู่เสมอ

เคล็ดลับของมนุษย์เงินเดือนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่การก้มหน้าก้มตาไล่ล่าตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือ การรู้จักบริหารความสัมพันธ์รอบด้าน ทั้งกับตัวเอง ทีมงาน และองค์กร รวมถึงการ ตัดสินใจด้วยข้อมูลที่รอบคอบ และไม่หยุดที่จะ พัฒนาตัวเองทั้งในแนวตั้งและแนวขวาง

หากคุณนำทั้ง 4 แนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าตลาดแรงงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแค่ไหน คุณก็จะเป็นบุคลากรคุณภาพที่พร้อมรับมือ เติบโต และก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างสง่างาม

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital