วางแผนมรดก: ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวย | เงินทองของจริง

/
/
/
/
วางแผนมรดก: ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวย | เงินทองของจริง

วางแผนมรดก: ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวย | เงินทองของจริง

หลายคนอาจมีความเชื่อว่า “มรดก” เป็นเรื่องสำหรับอนาคตอันไกลโพ้น หรือจำกัดอยู่แค่ในแวดวงของผู้มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว “การวางแผนมรดก” คือเครื่องมือสำคัญที่ทุกคนสามารถใช้เพื่อดูแลอนาคตของคนที่คุณรักให้ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีทรัพย์สินมากน้อยเพียงใด วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจว่าเหตุใดเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ และคุณจะเริ่มต้นวางแผนได้อย่างไร
 
ทำไมการวางแผนมรดกจึงสำคัญ ? 
 
การวางแผนมรดก คือ การเตรียมการเพื่อส่งต่อทรัพย์สินไปยังทายาทหรือผู้ที่คุณต้องการมอบให้ อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้:
 
1. ส่งต่อทรัพย์สินตรงตามเจตนา เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินจะถูกส่งมอบให้กับบุคคลที่คุณต้องการอย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของกิจการที่มีทายาทหลายคน การระบุให้ชัดเจนว่าจะมอบธุรกิจหรือทรัพย์สินใดให้ใคร จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้รับจะสามารถดูแลและต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
2. ลดความขัดแย้งและประหยัดเวลา การวางแผนที่ดีจะช่วยให้กระบวนการส่งต่อมรดกเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น หลีกเลี่ยงปัญหาการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกที่อาจล่าช้า หรือความขัดแย้งในการฟ้องร้องแย่งชิงมรดก หากเจ้ามรดกเป็นเสาหลักของครอบครัว การจัดการที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัวได้
3. วางแผนภาษีอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีการให้และภาษีมรดก การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถจัดการภาระภาษีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
 
ขั้นตอนพื้นฐานในการวางแผนมรดก
 
การวางแผนมรดกมีกระบวนการที่ควรพิจารณาดังนี้
 
– รวบรวมข้อมูลและประเมินทรัพย์สิน สำรวจและประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ เช่น บ้าน ที่ดิน เงินลงทุน และสินทรัพย์อื่นๆ
– วางแผนการส่งมอบ ตัดสินใจว่าจะส่งมอบมรดกอย่างไร รูปแบบการจัดการทรัพย์สิน และวิธีการแบ่งปันให้แก่ทายาท
– พิจารณาการลดภาระภาษี ศึกษาแนวทางการใช้เครื่องมือทางการเงินหรือวิธีการต่างๆ เพื่อลดภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งมอบ
– ติดตามและปรับปรุงแผน การวางแผนมรดกไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ ควรมีการทบทวนและปรับปรุงแผนเมื่อสถานะทางการเงิน กฎหมาย หรือสถานการณ์ครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง
 
เริ่มต้นวางแผนมรดกอย่างไร ?
 
เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญและภาพรวมแล้ว การเริ่มต้นวางแผนมรดกสามารถทำได้ดังนี้
 
ขั้นที่ 1 จัดทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
เริ่มต้นด้วยการสำรวจและบันทึกรายการทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณมี รวมถึงหนี้สินต่างๆ เพื่อให้ทราบสถานะทางการเงินที่แท้จริง จะได้สามารถจัดสรรเงินส่วนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เช่น ส่วนสำหรับใช้จ่ายยามเกษียณ ส่วนสำหรับชำระหนี้ และส่วนที่จะส่งต่อให้ทายาท
ในกรณีที่ต้องการมอบทรัพย์สินให้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ควรพิจารณาเรื่องภาษีการให้และภาษีมรดกควบคู่กันไป ทรัพย์สินที่อาจต้องเสียภาษีมรดก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ เงินฝาก หลักทรัพย์ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นๆ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
 
สำหรับกรณีที่เจ้ามรดกเสียชีวิต “การทำพินัยกรรม” คือเครื่องมือสำคัญที่ระบุเจตจำนงชัดเจนว่าใครจะได้รับทรัพย์สินใดบ้าง เมื่อถึงเวลา ทนายความหรือผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมจะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากเจ้ามรดกมีหนี้สิน กองมรดกจะต้องถูกนำไปชำระหนี้สินเหล่านั้นก่อนตามลำดับความสำคัญ
 
ขั้นที่ 2 ศึกษาเรื่องภาษีมรดกและภาษีการให้
การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์เบื้องต้นของภาษีที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งจำเป็น:
 
“ภาษีมรดก” เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของมรดกเสียชีวิตและมีการส่งต่อทรัพย์สินตามพินัยกรรมหรือตามกฎหมาย โดยทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกจะมีอัตราและเกณฑ์การยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด (ตัวอย่างตามกฎหมายปี พ.ศ. 2560 กำหนดให้เสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ในอัตรา 10% สำหรับผู้รับมรดกทั่วไป และ 5% สำหรับบุพการีหรือทายาทสายตรง)
 
“ภาษีการให้” เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของทรัพย์สินมอบทรัพย์สินให้ผู้อื่นในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนที่เกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนดจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี (ตัวอย่างตามกฎหมายปี พ.ศ. 2560 สำหรับสังหาริมทรัพย์ หากให้บุคคลทั่วไป ส่วนเกิน 10 ล้านบาทเสียภาษี 5% หากให้ทายาทหรือบุคคลใกล้ชิด ส่วนเกิน 20 ล้านบาทเสียภาษี 5% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ให้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเกิน 20 ล้านบาทเสียภาษี 5%)
 
ขั้นที่ 3 วางแผนการมอบมรดกอย่างรอบคอบ
พิจารณากลยุทธ์ในการส่งมอบทรัพย์สิน เช่น
 
– การทยอยส่งมอบทรัพย์สินในแต่ละปีในจำนวนที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดภาระภาษีมากเกินไป
– หลีกเลี่ยงการมอบมรดกชิ้นเดียวกันให้ทายาทหลายคน เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
– ไม่ควรรีบร้อนมอบมรดกทั้งหมดเพียงเพราะกังวลเรื่องภาษี จนอาจทำให้ตนเองประสบความลำบากในภายหลังหากทรัพย์สินถูกแจกจ่ายไปแล้ว
 
ขั้นที่ 4 พิจารณาส่งต่อมรดกผ่านเครื่องมือที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
การทำประกันชีวิต หรือประกันมรดก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวางแผนมรดก โดยสามารถระบุผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์เป็นทายาทที่ต้องการมอบทรัพย์สินก้อนสุดท้ายให้ ข้อดีคือ สินไหมมรณกรรมที่ได้จากประกันชีวิตจะได้รับยกเว้นภาษี และผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินอย่างรวดเร็วเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต เนื่องจากเงินประกันไม่ถูกนับรวมเข้ากับกองมรดก จึงสามารถจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดการมรดกที่ซับซ้อน
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/yv-rnfx_a4c?si=nuLWRQSVEKzARgkb

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...