กลโกงจองที่พักออนไลน์: รู้ทันเพจปลอม ก่อนเงินหายช่วงเทศกาล

/
/
/
/
กลโกงจองที่พักออนไลน์: รู้ทันเพจปลอม ก่อนเงินหายช่วงเทศกาล

กลโกงจองที่พักออนไลน์: รู้ทันเพจปลอม ก่อนเงินหายช่วงเทศกาล

กลโกงจองที่พักออนไลน์: ในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว การมองหาที่พักผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพสร้างกลโกงขึ้นมาหลอกล่อผู้บริโภค โดยเฉพาะการปลอมแปลงหน้าเพจที่พักให้ดูน่าเชื่อถือจนยากจะแยกแยะ

ลักษณะการหลอกลวงของเพจปลอม

มิจฉาชีพมักจะคัดลอกรูปภาพ ข้อมูล และรายละเอียดจากเพจที่พักจริงมาสร้างเพจใหม่ โดยใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกันมาก เช่น เพิ่มตัวอักษรหรือสัญลักษณ์เพียงเล็กน้อยที่สังเกตได้ยาก จากนั้นจะใช้วิธีการยิงโฆษณาเพื่อให้เพจปลอมปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อมีการค้นหา พร้อมข้อเสนอราคาที่ถูกผิดปกติหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจอง

จุดสังเกตเพื่อแยกแยะมิจฉาชีพ

1. ความผิดปกติในการสื่อสาร: มิจฉาชีพมักตอบคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับที่พักไม่ได้ หรือใช้เวลานานผิดปกติในการหาคำตอบ แต่จะเน้นการเร่งรัดให้โอนเงินโดยอ้างว่า “เหลือห้องสุดท้าย” หรือ “โปรโมชั่นกำลังจะหมด”

2. ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ: ควรเข้าไปดูประวัติการสร้างเพจและการเปลี่ยนชื่อ หากมีการเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งจากเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้จัดการเพจอยู่ต่างประเทศ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นเพจปลอม

3. ยอดผู้ติดตามและยอดไลก์: แม้มิจฉาชีพจะปั๊มยอดผู้ติดตามได้ แต่การตรวจสอบการปฏิสัมพันธ์ในโพสต์ (Engagement) เช่น คอมเมนต์จากผู้เข้าพักจริง จะช่วยยืนยันตัวตนได้ดีกว่า

ขั้นตอนการป้องกันก่อนตัดสินใจโอนเงิน

1. โทรศัพท์ตรวจสอบ: ก่อนโอนเงินทุกครั้งควรโทรศัพท์ไปยังเบอร์ติดต่อที่ระบุไว้ หากเบอร์ดังกล่าวไม่สามารถรับสายได้ (มักใช้ SIM Box ที่เน้นโทรออกอย่างเดียว) หรือไม่มีผู้รับสาย ให้ระวังว่าเป็นการติดต่อผ่านแชทเพียงอย่างเดียว

2. ตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคาร: บัญชีที่รับโอนควรเป็นชื่อบริษัทหรือชื่อที่พักที่จดทะเบียนถูกต้อง หากเป็นชื่อบุคคลธรรมดา (บัญชีม้า) ความเสี่ยงที่จะถูกหลอกจะมีสูงมาก

3. ใช้แพลตฟอร์มตัวกลาง: การจองผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันจองที่พักที่เป็นทางการและมีชื่อเสียง จะมีระบบคัดกรองและประกันความปลอดภัยที่เชื่อถือได้มากกว่าการโอนเงินโดยตรงผ่านแชท

แนวทางแก้ไขเมื่อตกเป็นเหยื่อ

หากพลาดพลั้งโอนเงินไปแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าจอการสนทนา สลิปการโอนเงิน และข้อมูลหน้าเพจคู่กรณี จากนั้นให้รีบดำเนินการดังนี้:

1. ติดต่อสายด่วนตำรวจไซเบอร์: โทร 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำปรึกษาและดำเนินการอายัดบัญชีเบื้องต้น

2. แจ้งความออนไลน์: ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

3. ประสานงานสภาผู้บริโภค: ติดต่อสายด่วน 1502 เพื่อแจ้งเบาะแสและขอรับความช่วยเหลือในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

การก้าวทันเทคโนโลยีและมีความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการทำธุรกรรมออนไลน์ในยุคปัจจุบัน เพื่อให้การพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...