อาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยที่เติบโตควบคู่ไปกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา สายด่วน 1441 ได้รับแจ้งเหตุถึง 1,176,512 สาย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา แม้ว่าในปี 2568 จะมีการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายแห่ง แต่มิจฉาชีพก็ยังคงพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อหลอกลวงประชาชนอยู่เสมอ
สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ล่าสุด
จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 (1 มกราคม – 31 มีนาคม) มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นถึง 79,360 เรื่อง คิดเป็น 866 เรื่องต่อวัน สร้างความเสียหายรวมกว่า 6,800 ล้านบาท
ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงให้เห็นว่า มูลค่าความเสียหายในช่วงตุลาคม 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 11,348 ล้านบาท ซึ่งลดลง 3,335 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567) ที่มีความเสียหาย 14,683 ล้านบาท
5 อันดับคดีออนไลน์ยอดฮิตปี 2568
1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (57%) – มิจฉาชีพแฝงตัวในแพลตฟอร์มออนไลน์ หลอกขายสินค้าหรือบริการที่ไม่มีอยู่จริง
2. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น (11%) – เช่น อ้างว่าเหยื่อถูกรางวัลหรือได้รับสิทธิพิเศษ
3. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ (11%) – อ้างว่ามีงานง่าย ๆ ทำที่บ้านได้เงินดี แต่ต้องโอนเงินค่าสมัคร
4. หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (6%) – เสนอการลงทุนปลอมที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
5. หลอกลวงให้กู้เงินในลักษณะฉ้อโกงหรือกรรโชก (6%) – ใช้โฆษณาปล่อยกู้ที่ไม่มีจริง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
แม้ทางการจะสามารถอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ประมาณ 295 ล้านบาท แต่นี่เป็นเพียง 4% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด การป้องกันตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชาชน
5 วิธีป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์
1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจหรือโปรไฟล์
– ใช้เทคนิคค้นหารูปภาพย้อนกลับเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรูปที่ถูกนำมาใช้ซ้ำหรือไม่
2. ตรวจสอบข้อมูลผู้ขายหรือผู้ให้บริการ
– ค้นหาเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ในฐานข้อมูลการร้องเรียน
– แหล่งตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ Blacklistseller และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PCT)
3. เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน
– เปิดใช้งานการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวในบัญชี (SMS หรือแอปธนาคาร)
– ตั้งค่าจำกัดวงเงินการโอน ถอน หรือซื้อสินค้าในแต่ละวัน เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินจำนวนมาก
4. เสริมความแข็งแกร่งให้กับบัญชีออนไลน์
– ตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนและยากต่อการคาดเดา
– เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ
5. ใช้วิจารณญาณกับข้อเสนอที่น่าเกินจริง
– ระวังสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ
– หลีกเลี่ยงการลงทุนที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงเกินความเป็นจริง
– พึงสงสัยโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่ดูเกินจริงจนเกินไป
หากตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร
หากพบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อ ให้รีบดำเนินการดังนี้:
1. โทรแจ้งสายด่วน 1441 ทันที เพื่อระงับบัญชีคนร้ายไว้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
2. รีบพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ พร้อมหลักฐานต่อไปนี้:
– รูปภาพที่ระบุตัวตน/บัญชีของคนร้าย (เช่น ภาพเพจ Facebook, บัญชี Line)
– ลิงก์ที่สามารถระบุตัวตน/บัญชีคนร้าย
– ภาพการสนทนาระหว่างท่านและคนร้าย
– เลขที่บัญชีธนาคารของคนร้าย
– สลิปโอนเงิน
ช่องทางแจ้งความ
– สายด่วน 1441
– ระบบรับแจ้งความออนไลน์ https://www.thaipoliceonline.go.th
– สถานีตำรวจใกล้บ้าน
แม้สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีแนวโน้มลดลง แต่ภัยออนไลน์ยังคงอยู่และมีการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ การระมัดระวังและรู้เท่าทันจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/2y_C6Ul8dzw?si=Ar5YWiRK94asjILa






