/
/
ลูกกับสัตว์เลี้ยง คู่หูวัยซน! เปิดลิสต์ข้อดี-ข้อควรระวังที่คุณแม่ต้องรู้

ลูกกับสัตว์เลี้ยง คู่หูวัยซน! เปิดลิสต์ข้อดี-ข้อควรระวังที่คุณแม่ต้องรู้

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงควบคู่ไปกับการดูแลลูกน้อยเป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์และอบอุ่นใจมาก แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ต้องใช้พลังกายและพลังใจสูงมากเช่นกัน เนื่องจากต้องดูแลสิ่งมีชีวิตถึงสองชีวิตไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเตรียมความพร้อม เรามาเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง ลูกกับสัตว์เลี้ยง ทั้งในด้านที่ใจฟู (ข้อดี) และด้านที่ต้องรับมือ (ข้อควรระวัง) กัน

ข้อดีน่ารู้ : ประโยชน์รอบด้านเมื่อให้ ลูกกับสัตว์เลี้ยง เติบโตไปด้วยกัน

การให้เด็กๆ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพื่อนสี่ขาตั้งแต่ยังเล็ก ส่งผลดีต่อพัฒนาการในหลายๆ ด้านอย่างคาดไม่ถึง ดังนี้

1. เสริมสร้างพัฒนาการและทักษะทางอารมณ์ (EQ) : เด็กที่โตมาในบ้านที่มีลูกกับสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกัน มักได้รับการปลูกฝังเรื่องความอ่อนโยน ความเมตตา และการเอาใจใส่โดยไม่รู้ตัว พวกเขาจะได้เรียนรู้ที่จะสังเกตและเข้าใจความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตอื่นที่พูดไม่ได้ ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีมากในการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy)

2. ฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก : คุณพ่อคุณแม่สามารถมอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงได้ตามวัย เช่น การช่วยตักอาหารเม็ด หรือการช่วยเติมน้ำ พี่แก๊งสี่ขาจะเป็นครูคนแรกที่สอนให้เขารู้จักหน้าที่และการดูแลผู้อื่น

3. เป็นเพื่อนแท้และเกราะกำบังความเหงา : สัตว์เลี้ยงไม่มีเงื่อนไขในการรัก พวกเขาพร้อมจะนั่งข้างๆ เวลาเด็กๆ ร้องไห้ ความผูกพันนี้ช่วยให้เด็กเกิดความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ (Emotional Security) และมีเพื่อนเล่นที่ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

4. กระตุ้นการเรียนรู้และกิจกรรมทางกาย : การมีสัตว์เลี้ยงช่วยดึงความสนใจของเด็กออกจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี เพราะการได้วิ่งเล่น โยนบอล หรือแค่คลานตามแก๊งตัวป่วน ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่และการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้ดีเยี่ยม

ข้อดี ลูกกับสัตว์เลี้ยง

ข้อเสียและข้อควรระวัง : ความท้าทายในการเลี้ยงลูกกับสัตว์เลี้ยง

แต่ทว่า นอกเหนือจากความน่ารักแล้ว ย่อมมีความท้าทายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมรับมือ เพื่อให้การอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างลูกกับสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างปลอดภัย

1.ภาระงานและเวลาของพ่อแม่ที่คูณสอง : เหนื่อยแน่นอน! จากเดิมที่ต้องเลี้ยงลูกน้อยซึ่งใช้พลังงานเกือบ 100% แล้ว ยังต้องแบ่งเวลามาให้อาหาร พาไปขับถ่าย แปรงขน และพาไปหาหมอตามนัด หากบริหารเวลาไม่ดี อาจกลายเป็นความเครียดสะสมได้

    2.ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอุบัติเหตุ : เด็กเล็กยังไม่รู้น้ำหนักมือของตัวเอง บางครั้งอาจเผลอดึงหู ดึงหาง หรืออุ้มแรงเกินไป จนทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจ กลัว หรือเจ็บ และอาจโต้ตอบด้วยการข่วน ขบ หรือกัดเพื่อป้องกันตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ

    3.เรื่องสุขอนามัยและภูมิแพ้ : เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่กำลังพัฒนา ปัญหาเรื่องไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือความสะอาดของกระบะทรายจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้น ต้องระวังโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น พยาธิ หรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิดด้วย

    4.ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น : การมีสมาชิกสี่ขาเพิ่มเข้ามา หมายถึงค่าอาหารเกรดดีๆ ค่าวัดซีนประจำปี ค่าตลับยาเห็บหมัด และค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย ซึ่งเป็นรายจ่ายระยะยาวที่ต้องวางแผนควบคู่ไปกับค่าใช้จ่ายของลูก

    ข้อควรระวัง ลูกกับสัตว์เลี้ยง

    อย่างไรก็ตาม มีกฎเหล็กข้อสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามละเลยเด็ดขาดคือ ห้ามปล่อยเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกันตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแลเด็ดขาด

    การเลี้ยง ลูกกับสัตว์เลี้ยง ควบคู่กันไปอาจจะเหนื่อยหน่อยในช่วงแรก ยิ่งไปกว่านั้น ต้องใช้ความอดทนในการฝึกฝนทั้งคู่ แต่ถ้าผ่านช่วงปรับตัวและจัดระเบียบเวลาได้แล้ว ภาพที่เจ้าตัวเล็กกับเจ้าสี่ขานอนกอดกัน หรือวิ่งเล่นไปด้วยกัน จะเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุดของครอบครัวเลยล่ะ

    ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

    ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth