เจาะลึก แหลมฉบัง 3: โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 นับเป็นประตูเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศ และเป็นจุดเชื่อมโยงระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของไทยสู่เวทีสากล
ล่าสุดกระทรวงคมนาคมและการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินงาน พร้อมเร่งรัดการจัดการปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร และรักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. ได้ระบุถึงภาพรวมของงานก่อสร้างทางทะเล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่ามีความคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 95.57
ในขณะที่งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมีความคืบหน้าอยู่ที่ร้อยละ 19.82 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขแบบและสัญญาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ กทท.
ประเด็นเร่งด่วนที่สำคัญในขณะนี้คือ การหาข้อยุติในการส่งมอบพื้นที่โครงการส่วนของท่าเทียบเรือ F และระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน ให้แก่เอกชนคู่สัญญา ได้แก่ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด
เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ กทท. ได้ประสานงานกับผู้รับจ้างออกแบบเพื่อขอข้อมูลเชิงวิศวกรรมเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องข้อกำหนดด้านคุณภาพงานถมทะเลตามสัญญาในพื้นที่ F1 และ F2 พร้อมกันนี้ยังเตรียมขอความเห็นทางวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกับข้อเสนอของบริษัท จีพีซีฯ และกำหนดแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริงต่อไป นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องต่างๆ ของคู่สัญญากำลังถูกตรวจสอบอย่างรัดกุมโดยฝ่ายกฎหมาย
ในด้านการบริหารจัดการ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับนโยบายมาตรการเร่งรัดภายในปี 2569 เพื่อแก้ปัญหาจราจรและยกระดับมาตรฐานท่าเรือ โดยสั่งการให้ใช้พื้นที่ Buffer Zone กว่า 127 ไร่ เป็นลานพักรถบรรทุกก่อนเข้าสู่ท่าเทียบเรือ พร้อมใช้พื้นที่ SRTO รองรับตู้สินค้าขาออกเพื่อลดความแออัด
นอกจากนี้ยังให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมทางหลวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารคิวรถอย่างเป็นระบบ และต้องรักษาระดับการระบายรถผ่าน Sub Gate ให้ได้ไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง
สำหรับมาตรการระยะยาว กทท. จะเร่งจัดทำ Master Plan เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับโครงสร้างอัตราค่าภาระ และที่สำคัญคือการตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางระหว่างไอซีดีลาดกระบังกับท่าเรือแหลมฉบังให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ
ทั้งนี้ การเร่งรัดโครงการและการปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งหมดมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ F1 ภายในปี 2574 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนบทบาทของท่าเรือแหลมฉบังในฐานะประตูการค้าหลัก รองรับการลงทุน และผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






