เปิดรายได้: ในอดีตการขับรถส่งอาหารหรือที่เรียกกันว่า “ไรเดอร์” เคยถูกมองว่าเป็นอาชีพเสริมที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและมีความยืดหยุ่นสูง ใครจะทำงานเวลาไหนก็ได้ตามใจต้องการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างรายได้ของอาชีพนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จนความจริงในปัจจุบันแตกต่างจากภาพจำเดิมไปมาก
ลองพิจารณากรณีของคนที่ขับวิ่งงานเป็นรายได้เสริมหลังเลิกงานประจำ เช่น ในช่วงเวลา 17.30-21.00 น. หรือราว 3 ชั่วโมงต่อวัน หากตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่วันละ 200 บาท และขับทุกวันตลอดเดือน จะได้รายได้รวมประมาณ 6,000 บาท ฟังดูเหมือนเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่นั่นเป็นเพียงรายได้ขั้นต้นก่อนหักต้นทุนเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ไรเดอร์ต้องแบกรับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งกินไปราว 15-20% ของรายได้ (ประมาณ 1,000 กว่าบาทต่อเดือน) ยังไม่นับรวมค่าบำรุงรักษารถตามรอบการใช้งาน เมื่อหักลบทุกอย่างแล้ว รายได้สุทธิที่เหลือจริงจึงอยู่ที่เพียง 3,000-4,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การหารายได้ยากขึ้นเรื่อยๆ คือการปรับลด “ค่ารอบ” หรือค่าตอบแทนต่อการส่งหนึ่งครั้ง ย้อนไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน ค่ารอบสำหรับระยะทางราว 3 กิโลเมตรเคยสูงถึง 40 บาท แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 20-30 บาทเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าไรเดอร์ต้องทำงานนานขึ้นเพื่อให้ได้รายได้เท่าเดิมกับในอดีต นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างโซนพื้นที่ ปริมาณคำสั่งซื้อ และระบบจัดสรรงานของแพลตฟอร์ม ที่ล้วนส่งผลต่อรายได้ในแต่ละวัน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ค่ารอบต่ำกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบ 50%
สำหรับคนที่ต้องการยึดเป็นอาชีพหลักและตั้งเป้ารายได้ขั้นต้นราว 30,000 บาทต่อเดือน หรือวันละ 1,000 บาท ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักถึง 12-14 ชั่วโมงต่อวัน ใช้พลังงานร่างกายอย่างมหาศาลในแต่ละวัน
ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาชีพไรเดอร์ในยุคปัจจุบันไม่ได้ง่ายหรือสวยหรูอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นงานที่ต้องแลกด้วยความเหน็ดเหนื่อยทางร่างกายและต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของรายได้อยู่ตลอดเวลา
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






