น้ำมันโลกสะเทือน: น้ำมันโลกสะเทือนถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงรอยต่อระหว่างสิ้นเดือนสิงหาคมและเริ่มต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 หลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบานปลายขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงของการหยุดชะงักในการเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการกระจายน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก
ชนวนเหตุความขัดแย้งและการตอบโต้ทางทหาร ความตึงเครียดรอบล่าสุดนี้ปะทุขึ้นเมื่อกองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ทันควันด้วยการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจอร์แดน ซึ่งนับเป็นการเปิดฉากยิงตอบโต้กันโดยตรงครั้งแรกในรอบประมาณหนึ่งเดือน แม้ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้น
แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธความกังวลเรื่องการสูญเสียยุทโธปกรณ์ของอเมริกา โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียง “สงครามเล็กๆ” อย่างไรก็ดี ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังคงยืนยันคำมั่นที่จะทำลายระบบเศรษฐกิจของอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ซ้ำเติมความผันผวนในตลาดพลังงานมาตลอดทั้งเดือนสิงหาคม
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงรับแรงกระแทก ผลกระทบจากการปะทะกันครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อตลาดเงินและราคาน้ำมันดิบ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) สำหรับส่งมอบเดือนตุลาคม ขยับขึ้นเหนือระดับ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดขยับตัวขึ้น 0.6% อยู่ที่ระดับ 86.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลาเช้าวันอังคารที่ 1 กันยายน (ตามเวลาสิงคโปร์) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สำหรับส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปิดตลาดเมื่อวันจันทร์พุ่งขึ้นถึง 2.7% มาอยู่ที่ระดับ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้แตะระดับ 90 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
มุมมองนักวิเคราะห์ทางตลาด บาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ตลาดโลกของ TD Securities วิเคราะห์ว่า บรรดาผู้ค้าในตลาดเลือกที่จะปรับลดสถานะการถือครองน้ำมันดิบสุทธิลงในรอบสัปดาห์เนื่องจากทิศทางความขัดแย้งในอนาคตยังไม่มีความชัดเจน ทว่าเขายังคงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีสัญญาณว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
การปรับตัวและการดิ้นรนของภาคการขนส่ง แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเดินเรือ แต่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และอิรัก ยังคงสามารถหาช่องทางส่งออกน้ำมันดิบออกไปได้บางส่วน
โดยเรือบรรทุกน้ำมันส่วนใหญ่ที่เดินทางผ่านน่านน้ำที่ตึงเครียดแห่งนี้จำเป็นต้องใช้วิธีปิดสัญญาณระบุตำแหน่งหรือทรานสปอนเดอร์ (Transponders) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับและป้องกันอันตรายจากการถูกโจมตี วิกฤตการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความเปราะบางของระบบความมั่นคงทางพลังงานโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นและการลงทุนทั่วโลกอย่างยากจะหลีกเลี่ยง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






