EU ปิดช่องยกเว้นอากรสินค้าราคาต่ำ: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ตลาดอีคอมเมิร์ซในยุโรปได้ก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อสหภาพยุโรป (EU) เริ่มบังคับใช้มาตรการศุลกากรใหม่กับทั้ง 27 ประเทศสมาชิก
โดยทำการยกเลิกการยกเว้นอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร และหันมาจัดเก็บอากรในอัตรา 3 ยูโรต่อหนึ่งประเภทพิกัดศุลกากร มาตรการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้บริโภคในยุโรปที่สั่งซื้อสินค้าจากประเทศที่สาม เนื่องจากต้องรับภาระทั้งอากรศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าดำเนินการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทยซึ่งมีแนวโน้มการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรปผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฎระเบียบใหม่นี้ย่อมส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มักจัดส่งสินค้ารายชิ้นที่มีมูลค่าไม่สูงส่งตรงจากไทยถึงมือผู้บริโภคในยุโรป
กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา สมุนไพร ของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม เครื่องประดับ เสื้อผ้า และสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะทำให้สินค้าไทยสูญเสียความได้เปรียบด้านราคา และอาจทำให้ผู้บริโภคชาวยุโรปหันไปซื้อสินค้าจากผู้จำหน่ายภายในภูมิภาคยุโรปแทน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่มีคลังสินค้าอยู่ในสหภาพยุโรป หรือมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศสมาชิกอยู่แล้ว จะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้น้อยกว่า เนื่องจากสินค้าได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าสู่ตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในประเทศ ณ กรุงมาดริด
จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของตนเอง ตัวอย่างเช่น การหันมาใช้ศูนย์กระจายสินค้าในยุโรป การรวมคำสั่งซื้อเพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ หรือการสร้างความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นให้มากขึ้น
นอกจากนี้ การที่ EU ใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น ยังมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคุมความเสี่ยงจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการไทยจึงควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว มาเป็นการชูจุดแข็งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความเป็นเอกลักษณ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า
พร้อมทั้งต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านศุลกากรอย่างใกล้ชิด บริหารต้นทุน และเตรียมความพร้อมด้านเอกสารรวมถึงการจำแนกพิกัดศุลกากรให้ถูกต้อง การปรับตัวอย่างทันท่วงทีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย เพื่อรองรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






