ระเบิดเวลาเศรษฐกิจ: สังคมสูงวัยฉุดรายได้ต่อ GDP ร่วง รัฐเสี่ยงหนี้ท่วม

/
/
/
ระเบิดเวลาเศรษฐกิจ: สังคมสูงวัยฉุดรายได้ต่อ GDP ร่วง รัฐเสี่ยงหนี้ท่วม

ระเบิดเวลาเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาการฟื้นตัวระยะสั้น แต่กำลังเผชิญหน้ากับ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ฐานแรงงานและจำนวนผู้เสียภาษีหดแคบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสวนทางกับภาระรายจ่ายด้านสวัสดิการและสาธารณสุขของประเทศที่พุ่งสูงขึ้น หากรัฐบาลไม่เร่งยกระดับประสิทธิภาพการหารายได้ให้ทันต่อภาระรายจ่าย อาจนำไปสู่ วิกฤตหนี้สาธารณะ ที่เพิ่มสูงขึ้น

สัญญาณเตือนนี้ปรากฏชัดในรายงานพยากรณ์รายได้ภาครัฐ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) ของสำนักงบประมาณของรัฐสภา (Thai PBO) ซึ่งระบุว่า แม้คาดการณ์ว่าการจัดเก็บรายได้รวมจะค่อยๆ เติบโตไปแตะระดับ 3.84 ล้านล้านบาทในปี 2573 แต่ในเชิงโครงสร้าง สัดส่วนรายได้จัดเก็บต่อ GDP กลับมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยจะหดตัวจากร้อยละ 18.11 ในปี 2569 เหลือเพียงร้อยละ 16.97 ในปี 2573 เช่นเดียวกับสัดส่วนรายได้สุทธิหลังหักจัดสรรต่อ GDP ที่ลดลงจากร้อยละ 15.02 สู่ร้อยละ 14.16 ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า ขนาดของเศรษฐกิจขยายตัวเร็วกว่าความสามารถในการเก็บภาษีของรัฐ 

นอกจากนี้ ภาครัฐยังต้องเผชิญกับ ความผันผวนของการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 64.82 ของรายการหักทั้งหมด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า แนวโน้มรายได้รัฐที่ลดลงนี้ไม่ใช่เพียงความเสี่ยง แต่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในช่วง 5 ปีข้างหน้า

สถานการณ์ดังกล่าวจะบีบบังคับให้รัฐบาลต้องพยายามหาทางลดรายจ่ายลง เช่น การทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และหากไม่มีการปฏิรูป ประเทศจะเผชิญปัญหาเงินไม่พอใช้ จนต้องกู้หนี้เพิ่มและอาจต้องขยาย เพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งจะยิ่งดึงเศรษฐกิจเข้าสู่จุดสุ่มเสี่ยง

เพื่อรับมือกับวิกฤตที่กำลังจะมาถึง TDRI ได้เสนอ แนวทางปฏิรูปทางการคลัง 3 ด้านหลัก ได้แก่:

  1. การปฏิรูปฝั่งรายได้: ภาครัฐต้อง ขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมและดึงคนเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมถึงอุดช่องโหว่ต่างๆ ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมในการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ปรับปรุงการจัดเก็บภาษีที่ดินให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น ภาษีบุหรี่
  1. การปฏิรูปฝั่งรายจ่าย: ควรเปลี่ยนระบบการจัดทำงบประมาณมาใช้ กระบวนการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) แทนการอิงจากฐานงบประมาณปีก่อนหน้า เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  1. การเพิ่มความโปร่งใส: ต้องมี กระบวนการตรวจสอบคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น โดยเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารประกอบการพิจารณางบประมาณได้โดยง่าย และต้องระบุรายละเอียดของแต่ละโครงการให้ชัดเจนที่สุด

แม้ข้อเสนอทั้ง 3 ประการจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีการเสนอกันมานาน แต่ในทางปฏิบัติยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและมีความเชื่องช้า ฝ่ายบริหารและหน่วยงานรัฐจึงต้อง เร่งสร้างความเข้าใจและผลักดันนโยบายการปฏิรูปเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อกอบกู้เสถียรภาพและความยั่งยืนทางการคลังให้ทันเวลา

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital