


- สูตรที่ 1 ซีโนแวค 2 เข็ม คือ มีภูมิคุ้มกันสูง 24.31 ซึ่งถือว่าภูมิคุ้มกันดีในระดับหนึ่ง
- สูตรที่2 คือการฉีดแอสตร้าเซเนก้า+ซีโนแวค มีผลไม่ต่างจาก ซีโนแวค 2 เข็ม จึงไม่แนะนำ
- สูตรที่ 3 คือ ซีโนแวค+ซีโนแวค แล้วบูสเตอร์ด้วยซีโนฟาร์ม พบว่า ภูมิขึ้นมาที่ 61.26
- สูตรที่ 4 คือ แอสตร้าเซเนก้า + แอสตร้าเซเนก้า พบว่า ภูมิคุ้มกันขึ้นมาที่ 76.52 ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่เข็มที่สองระยะเวลาจะต้องรอฉีดหลังเข็มแรก 12 สัปดาห์ และใช้เวลาตรวจหลังการฉีดเข็ม2ไปอีก 3 สัปดาห์ รวมเป็น 13 สัปดาห์กว่าจะรู้ผลภูมิคุ้มกัน
- สูตรที่5 ฉีดวัคซีนแบบไขว้ ซีโนแวค +แอสตร้าเซเนก้า พบว่า ภูมิคุ้มกันขึ้นมาที่ 78.65 ที่มีค่าภูมิคุ้มกันและระยะเวลาการฉีดที่ไวกว่า
- สูตรที่6 ไขว้+บูสเตอร์ พบว่า เข็มที่ 1 และ 2 ฉีดด้วย ซีโนแวค และ บูสเตอร์ด้วยแอสตร้าเซเนก้า ภูมิคุ้มกันขึ้นมามากถึง 271.17 ถือว่าสูงมาก

ทั้งนี้ผลการฉีดวัคซีนแต่ละชนิดก็มีผลข้างเคียงเหมือนกันและในหลายประเทศในยุโรปก็ใช้สูตรการฉีดวัคซีนมาเหมือนกัน เช่นสูตร แอสตร้า+ไฟเซอร์ ในอาเซียนทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียก็มีการฉีดแบบไขว้เช่นเดียวกัน รวมถึงในอนาคตจะมีการตีพิมพ์ผลวิจัยในระดับโลกเพื่อรับรองผลแบบเป็นทางการด้วย ซึ่งสูตรหลักที่จะใช้ในการฉีดวัคซีนต่อไปนี้คือสูตรของ ซีโนแวค +แอสตร้าเซเนก้า





