ทำความรู้จัก Share Class ในกองทุนรวม มือเลือกชนิดหน่วยลงทุน | เงินทองของจริง

/
/
/
ทำความรู้จัก Share Class ในกองทุนรวม มือเลือกชนิดหน่วยลงทุน | เงินทองของจริง
หลายคนที่เริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนในกองทุนรวมมักสงสัยว่า ทำไมกองทุนเดียวกันแต่มีให้เลือกหลาย Class ทั้ง A, D, E และ R แต่ละตัวต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “Share Class” หรือ “ชนิดหน่วยลงทุน” ที่มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยนักลงทุนเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองมากที่สุด
 
ชนิดหน่วยลงทุนหลักที่ควรรู้จัก
 
Class A – ชนิดสะสมมูลค่า (Accumulation)
 
จุดเด่น เป็นกองทุนที่เน้นการสะสมผลตอบแทนในรูปของมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลระหว่างที่ลงทุน ทำให้เงินที่ลงทุนไปสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นได้อย่างเต็มที่
 
เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่ต้องการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว และไม่ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง อีกทั้งยังช่วยประหยัดภาษีจากการไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลด้วย
 
Class D – ชนิดจ่ายเงินปันผล (Dividend)
 
จุดเด่น สร้างกระแสเงินสดให้กับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยเงินปันผลที่จ่ายออกมาเป็นเงินที่มาจากกำไรสะสมของกองทุน แต่เมื่อมีการจ่ายปันผลออกมาก็จะทำให้ NAV ลดลงตามไปด้วย
 
เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอจากเงินปันผล หรือ Passive Income ในระหว่างทางที่ลงทุนอยู่ ทั้งนี้ เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่ก็สามารถขอคืนได้หากทั้งปีมีรายได้อยู่ในฐานภาษีที่ไม่สูงมาก
 
Class E – ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics)
 
จุดเด่น: เป็นกองทุนที่ต้องซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ข้อดีคือมักมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ โดยที่บางกองอาจจะไม่มีค่าธรรมเนียมอย่าง Front-end Fee (ค่าธรรมเนียมการขายกองทุน) หรือบางกองไม่มี Management Fee (ค่าธรรมเนียมการจัดการ) เลย
 
เหมาะกับ นักลงทุนที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป บลจ. หรือโบรกเกอร์ รวมถึงไม่อยากยุ่งยากในการกรอกเอกสารต่างๆ เพื่อซื้อขาย รวมถึงรายการตรวจสอบต่างๆ ก็สามารถทำผ่านแอปหรือทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที
 
Class R – ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption)
 
จุดเด่น: เป็นกองทุนที่มีการขายหน่วยลงทุนให้อัตโนมัติ ทำให้ผู้ลงทุนได้รับเงินคืนเป็นงวดๆ แต่จำนวนหน่วยลงทุนก็จะลดลง ซึ่งลักษณะคล้ายกับกองทุนจ่ายปันผล แต่ต่างกันตรงเงินที่ได้เป็นเงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และเงินจากการขายคืนนี้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกับแบบจ่ายปันผล
 
เหมาะกับ: ผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับเงินคืนจากกองทุนเป็นงวดๆ คล้ายกับการได้ปันผล แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย อีกทั้ง กองทุนคลาส Class-R ยังสามารถช่วยในเรื่องของ Rebalance พอร์ตไปในตัวด้วย
 
ชนิดหน่วยลงทุนพิเศษสำหรับกลุ่มเฉพาะ
 
Class P – ชนิดกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)
 
สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น หรือซื้อได้โดยกองทุนส่วนบุคคล
 
จุดเด่น:
– มักเป็นกองทุนที่จัดตั้งเฉพาะเพื่อสถาบัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญ
– มีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำมาก
– ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือสับเปลี่ยน
– ไม่เน้นผลตอบแทนสูงสุด แต่เน้นเสถียรภาพ
 
เหมาะกับ:
– นายจ้างที่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน
– ผู้ลงทุนสถาบันที่เน้นลงทุนระยะยาวตามนโยบายการออมเพื่อเกษียณ
 
Class I – ชนิดนักลงทุนสถาบัน (Institutional Investor)
 
สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนสถาบันเท่านั้น นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถลงทุนได้
 
จุดเด่น:
– มีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำที่สุดในทุกคลาส
– ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า/ออก
– มีเงินลงทุนขั้นต่ำค่อนข้างสูง เช่น 1 ล้านบาทขึ้นไป
 
เหมาะกับ:
– นักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth)
– บริษัทประกันชีวิต / บริษัทหลักทรัพย์ / สถาบันการเงิน
– นักลงทุนที่ต้องการบริหารต้นทุนค่าธรรมเนียมให้ต่ำ
 
Class X – ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ
 
สำหรับผู้ลงทุนพิเศษที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนและความต้องการของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม
 
สรุป: การเลือก Share Class ที่เหมาะสม
 
การเลือก Share Class จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการลงทุนเป็นหลัก อย่างน้อยต้องรู้จักความแตกต่างของกองทุนชนิด A, D และ R เพื่อที่เราจะได้เลือกลงทุนให้ถูก และลดการเสียภาษีโดยไม่จำเป็น
 
คำแนะนำในการเลือก:
– หากต้องการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาว → เลือก Class A
– หากต้องการรายได้สม่ำเสมอ → เลือก Class D หรือ Class R
– หากต้องการความสะดวกและค่าธรรมเนียมต่ำ → เลือก Class E
– หากเป็นนักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่ → เลือก Class I หรือ Class P
 
การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละ Share Class จะช่วยให้การลงทุนในกองทุนรวมมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่วางไว้มากที่สุด
 
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/qdCaCfnbdu8?si=qw5cEU2ZQT2fgFPJ