แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทองปลอม ขโมยกดเงินแสน ลักผ้าไหมหมดตู้ !

/
/
แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทองปลอม ขโมยกดเงินแสน ลักผ้าไหมหมดตู้ !
สะใภ้แสบ เล่นแม่ผัวซะปวดหัว หลังแอบนำสร้อยทองปลอม มาสับกับสร้อยทองของจริง น้ำหนัก 3 บาท พร้อมแอบไปกดเงินในเอทีเอ็ม แสนกว่าบาท เหลือติดบัญชี 90 บาท ! 
 
ถกไม่เถียง : แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทอง
 
            วันที่ 22 มี.ค. 66 นันทิยา อภัยพงษ์ (บูรณ์) แม่ผัว ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง 7HD กด35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ เล่าว่า ตนถูกลูกสะใภ้นำสร้อยคอทองคำแท้ หนัก 3 บาท ไป และนำของปลอมมาสวมไว้แทน อีกทั้งยังยกเค้าผ้าไหมตนไปหมดตู้ พร้อมกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มตนไปร่วมแสน เล่นเกลี้ยงบัญชี เหลือไว้เพียง 90 บาท 
 
            นันทิยา เล่าต่อว่า ลูกสะใภ้เข้ามาอยู่กับลูกชายคนโตของตน ภายในบ้าน โดยรู้จักกันลูกชายผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นลูกสะใภ้ได้ซื้อตู้มาให้ตนเอาไว้สำหรับเก็บของมีค่า โดยบอกว่ากุญแจของตู้นี้มีเพียงดอกเดียว จึงให้ตนไว้ ตอนนั้นตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็เก็บของมีค่าไว้หมด ทั้งผ้าไหม สร้อยทอง กระเป๋า ต่าง ๆ 
 
ถกไม่เถียง : แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทอง
 
            ตอนลูกชายคนเล็กลาสิกขา ตนก็คิดว่าจะเอาผ้าไหมที่เก็บไว้ในตู้มาให้ลูกห่ม แต่พอไปเปิดตู้ดู ผ้าไหมหายไปกว่า 20 ผืน  ขณะเดียวกัน ตนมีบัญชีของลูกชายคนกลาง เป็นบัญชีผู้ป่วยจิตเวช ที่ต้องได้เงินทุกเดือน เดือนละ 800 บาท ตนเก็บเอาไว้ให้ลูกชายคนกลางใช้เวลาจำเป็น ซึ่งเก็บได้ประมาณ 10,000 บาท ตนก็ได้ให้ลูกสาวเอาไปปรับสมุดบัญชี ปรากฎว่า มันไม่มีเลยสักบาท และอีกบัญชีหนึ่งของ ธ.ก.ส. ของตนเอง ที่เป็นบัญชีเงินจำนำข้าวมีเงินแสนกว่าบาท ก็ได้ลองเอาไปปรับสมุดบัญชี ซึ่งก็เหลือเงินแค่ 97.69 บาท ตนถึงกับล้มตกเก้าอี้ นอกจากนี้ ตนมีทองอยู่ 3 เส้น หนักรวมประมาณ 3 บาท ตนเอาเช็กที่ร้านทอง ทองทั้งหมดกลับกลายเป็นทองปลอม ทั้งที่ตนก็ซื้อมาเองกับมือ ตนถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับอยู่หลายวัน 
 
            ทั้งนี้ตอนแรก ตนก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ธนาคารก็บอกให้ไปคุยกับคนที่บ้านก่อน เผื่อว่าจะเป็นคนที่บ้านเป็นคนทำ ซึ่งตนก็ได้ไปคุยกับลูกสะใภ้ เขาบอกตนว่าลูกชายคนโตเป็นคนเอาไป ซึ่งตนก็เอะใจ เพราะลูกก็เพิ่งออกรถมาใหม่ คิดว่าไม่มีเงินไปผ่อนงวดรถหรือเปล่า จนมีโอกาสได้คุยกับลูกชาย เขาบอกกับตนว่าเขาไม่ได้เอาไป หากเขาทำเขาคงทำมานานแล้ว แต่อยู่กับแม่มาตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีของหายเลย เขาเลยโกรธที่ตนไปเชื่อคนอื่นมากกว่าเขา สุดท้ายก็ไม่ได้คุยกับลูกชายเขามีปิดเครื่องหนีด้วย ส่วนลูกสะใภ้ก็ไม่ได้คุยกันเลยเช่นกัน 
 
ถกไม่เถียง : แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทอง
 
            กระทั่งตนได้ให้ธนาคารตรวจสอบภาพวงจรปิด ก็ได้พบว่า ลูกสะใภ้เป็นคนกดเงินออกจากบัญชีตน ช่วงเวลาที่เขากดมีความสอดคล้องกับช่วงที่เงินในบัญชีถูกถอนไป โดยถอนออกไปทุกวันตั้งแต่ 13-21 ส.ค. 65 ขณะเดียวกันตนคิดว่าที่เขารู้รหัสบัตรเอทีเอ็มของตนเพราะว่า ตนเคยเผลอพูดหลุดปากว่ารหัสของตนคือปีเกิด เขาก็คงไปดูจากบัตรประชาชนตนอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตามตนอยากได้ของทุกอย่างของตนคืนมาก อยากรู้ว่าลูกสะใภ้เขาจะทำแบบนี้ไปทำไม 
 
            ทั้งนี้ ทีมงานของได้มีโอกาสพูดคุยกับนายติ๊กลูกชายคนโตและลูกสะใภ้คนดังกล่าว ซึ่งตอนแรกนายติ๊กรับปากว่าจะโฟนอินเข้ามาในรายการ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โฟนอินเข้ามา  ขณะเดียวกัน นายติ๊กได้บอกกับทีมงานว่า ตนเองก็คิดว่า ทรัพย์สินของแม่ที่หายไปเป็นฝีมือของภรรยาของตนเองเช่นกัน ส่วนตนร่วมมือกับภรรยาหรือไม่นั้น ตนขอยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ และตอนนี้ตนก็ยังอยู่กินกับภรรยา เพราะยังรักเค้าอยู่ แต่ก็รักแม่เหมือนกัน
 
ถกไม่เถียง : แม่ผัวสะอื้น สะใภ้แสบ สลับทองแท้ทอง
 
            ด้าน รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า เคสนี้เข้าค่ายผิดข้อหาเอาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยตัวคุณแม่เองก็ไม่ได้ยินยอม ซึ่งก็มีหลักฐานค่อนข้างชัด โดยจะมีโทษจำคุก 5 ปี อีกทั้งการที่เขาถอนออกหลายครั้ง ความผิดมันต่างกรรมต่างวาระกัน ถอนออกมากี่ครั้งก็เพิ่มความผิดขึ้นไปอีก ส่วนในกรณีของทอง ก็เข้าข่ายความผิดลักทรัพย์ แต่ทว่าต้องหาให้เจอว่าเขาเอาทองไปขายไว้ที่ไหน ถ้าหาไม่เจอก็ยากที่จะเอาผิดได้ ขณะเดียวกันถ้าหากเป็นลูกชายของคุณแม่เป็นคนขโมยไปเอง มันก็สามารถยอมความได้ ดังนั้นแนะนำให้รีบไปแจ้งความ เพราะยิ่งนานหลักฐานก็จะยิ่งหายไป 
 
ติดตาม  รายการข่าวเย็นประเด็นร้อน ช่วง "ถกไม่เถียง"  ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ”  ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 
 
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/VOp7OpspHec